นักพิษที่ต้องการครอบครองในผลซิวหลัว ผู้ฝึกบำเพ็ญก็ต้องการครอบครองในมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์อย่างกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์เช่นเดียวกัน
พวกเขาไม่กล้าลงมือในเมืองโอสถ ตั้งตัวเป็นศัตรูกับกองกำลังระดับสามอย่างตำหนักตงจี๋อย่างโจ่งแจ้ง
ทว่า ทันทีหลังจากที่พวกเขาออกไปจากเมืองโอสถ พวกเขาก็สามารถลงมืออย่างไม่รู้เนื้อไม่รู้ตัวได้
คนอย่างเฟิงอวิ๋นซิวน่ะหรือที่จะไม่รู้ทันถึงแผนการความคิดของพวกเขา
มู่เฉียนซีตอบ “หากแยกทางกันแล้วเจ้าไม่ทันระวังตัวถูกฆ่าตายไป แล้วข้าจะไปตำหนักตงจี๋ไปหาท่านผู้อาวุโสสูงสุดพลังธาตุอัคคีท่านนั้นให้ไขความลับในแผ่นเหล็กดำได้อย่างไรกันล่ะ!”
“ไปตำหนักตงจี๋ด้วยกันเถอะ อย่าบอกนะว่าเจ้าเกรงกลัวพวกขี้ข้าปลายแถวเหล่านั้น?”
เฟิงอวิ๋นซิวขมวดคิ้วพลางกล่าว “ไม่ใช่แค่พวกนั้น”
“ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดข้าก็ไม่กลัว” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว
นางมองเฟิงอวิ๋นซิวและกล่าวว่า “พวกเราจะเดินทางไปกันเมื่อไหร่ล่ะ?”
“วันพรุ่ง” เฟิงอวิ๋นซิวก็ไม่โน้มน้าวเขาแล้ว เขาเป็นถึงศิษย์ของกู้ไป๋อี ต้องมีของดีปกป้องตัวเองไม่น้อยแน่นอน
ก็อย่างที่เขาได้กล่าวเอาไว้นั่นแหละ พวกขี้ข้าปลายแถวเหล่านั้นไม่มีทางทำอะไรพวกเขาได้
ไม่นานนัก ข่าวเที่เฟิงอวิ๋นซิวและพวกได้เดินทางออกจากเมืองโอสถก็ได้แพร่งพรายออกไป
“นายน้อยอวิ๋นซิวเดินทางออกจากเมืองแล้ว”
“พวกเรารอมาตั้งนาน ในที่สุดเฟิงอวิ๋นซิวก็กล้าเดินทางออกจากเมืองจนได