้น อวิ๋นซิวจะต้องได้มันมา”
ถึงแม้ว่าเสียงนั้นจะไพเราะแต่จิตสังหารที่แฝงมาด้วยนั้นช่างทำให้เหล่าผู้คนล้วนรู้สึกยำเกรง
เมื่อพวกเขาเห็นบุรุษผู้สมบูรณ์แบบไร้ที่ติในชุดคลุมสีดำผู้นั้นเดินออกมา สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“นายน้อยอวิ๋นซิว!”
“พวกเราหุนหันพลันเล่นไปเสียแล้ว ที่แท้ก็เป็นนักปรุงยาของนายน้อยอวิ๋นซิวที่กำลังปรุงยาอยู่ มิน่าล่ะถึงได้ก่อให้เกิดความโกลาหลเช่นนี้ได้”
“เข้าใจผิด เป็นการเข้าใจผิดไป!”
ถึงแม้ว่าพวกเขาอยากจะได้แผ่นเหล็กนั้นเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะไปล่วงเกินอัจฉริยะอันดับหนึ่งที่มีอนาคตไกลของโลกทั้งสี่ทิศ
ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะล่วงเกินตำหนักตงจี๋ซึ่งเป็นกองกำลังขั้นสำนักนิกายระดับสามเพียงแห่งเดียวของแดนตะวันออก
พวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อเฟิงอวิ๋นซิวและไม่กล้าที่จะเข้ามาแย่งชิง
ถึงต่อให้กลิ่นของยานี้หอมแล้วอย่างไรเล่า? นั่นก็ไม่แน่ว่ามันจะเป็นยาที่มีคุณภาพดีที่สุดหรอก
ทุกคนต่างล่าถอยกันออกไป เงาร่างสีม่วงเงาหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้น มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มอันสง่างาม
เขามองไปยังเฟิงอวิ๋นซิวแล้วกล่าว “นายน้อยอวิ๋นซิว จะให้ข้าพบนักปรุงยาผู้นั้นหน่อยมิได้หรือ?”
“เป็นเจ้า!” สำหรับโม่จิ่นแล้ว เฟิงอวิ๋นซิวเคยพบกับเขามาก่อนแล้วก็จดจำเขาได้
“ของสิ่งนั้นข้าจำเป็นที่จะต้องได้มา”
โม่จิ่นกล่าว “แต่ทว่าเพื่อนายท่านของข้า ข้าเองก็จำเป็นที่จะต้องได้มาซึ่งของสิ่งนั้น