เช่นกัน”
เขามองไปยังเฟิงอวิ๋นซิวแล้วกล่าว “ข้าอยากจะขอคำแนะนำจากนายน้อยอวิ๋นซิวสักหน่อย ถ้าหากว่าข้าชนะ เช่นนั้นนายน้อยอวิ๋นซิวจะต้องมอบยานั้นที่นักปรุงยาผู้นั้นปรุงออกมาให้ข้าเป็นเช่นไร?”
ในตอนที่ผู้อื่นพากันยอมแพ้นี้เอง บุรุษในชุดสีม่วงผู้นี้กลับกล้าท้าประลองกับนายน้อยเฟิงอวิ๋นซิว ช่างกล้าดียิ่งนัก!
ทุกคนต่างเริ่มถกเถียงกันขึ้นมา “คนผู้นี้เป็นใครถึงได้กล้ามาล่วงเกินตำหนักตงจี๋?”
“เขานั้น…ถ้าหากข้าจำไม่ผิดละก็ เขาเป็นรองหัวหน้าของหอหมอปีศาจ”
“หอหมอปีศาจเป็นหอโอสถที่ไม่มีระดับขั้นแม้แต่ขั้นเดียว กลับกล้าที่จะมาล่วงเกินสำนักนิกายระดับสาม หรือว่าเขาจะเป็นบ้าไปแล้ว”
เฟิงอวิ๋นซิวมีความดื้อรั้นของเฟิงอวิ๋นซิว ส่วนโม่จิ่นเองก็มีเช่นกัน เขาสามารถจินตนาการได้ว่าถ้าหากผู้เป็นนายของเขามีพลังวิญญาณธาตุไฟ ทักษะการปรุงยาของนางจะต้องยิ่งฝืนลิขิตสวรรค์ไปยิ่งกว่านี้เป็นแน่
เฟิงอวิ๋นซิวพยักหน้าแล้วกล่าว “ได้ ข้าสามารถตอบตกลงกับเจ้าได้”
บึ้ม! ทั้งสองได้ต่อสู้กันในทันที
โม่จิ่นได้กินยากระดููกมังกรเข้าไปเพื่อเพิ่มพลังความสามารถ ระดับของเขานั้นห่างกับอวิ๋นซิวเพียงไม่มากนัก
แต่ทว่าเฟิงอวิ๋นซิวที่เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งในโลกทั้งสี่ทิศ ชื่อนี้มิได้มาด้วยการคุยโวอย่างแน่นอน
ปัง ปัง ปัง! หลังจากได้ประมือกันไปหลายสิบกระบวนท่าโม่จิ่นก็ได้พ่ายแพ้เสียแล้ว
เขาถึงขั้นรู้สึกได้ว่าเฟิงอวิ๋นซิวนั้นตั้งใจออมมือให้
เจ