“ในเมื่อข้าบอกว่าข้าแก้พิษได้ ก็ต้องแก้ได้แน่นอน” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยความมั่นใจ
เฟิงอวิ๋นซิวเห็นรอยยิ้มของชายหนุ่มตรงหน้าผู้นี้ก็เกิดความรู้สึกรู้จักมักคุ้นขึ้น
มู่เฉียนซีเอายาลูกกลอนออกมาเม็ดหนึ่งและกล่าวว่า “กินซะ!”
ก่อนที่เฟิงอวิ๋นซิวจะรับยาลูกกลอนไป ซวนอีก็ได้ชิงไปก่อนเพื่อตรวจสอบดูว่ามีพิษหรือไม่
หลังจากที่ตรวจสอบแล้วว่าไม่มีพิษเขาจึงยื่นให้นายน้อย
ซวนอีกล่าว “ข้าจะเชื่อเจ้าสักครั้ง”
หากเจ้าหนุ่มผู้นี้คิดจะทำร้ายนายน้อยก็คงจะแอบลงมือไปตั้งนานแล้ว คงไม่ต้องรอให้ถึงตอนนี้หรอก
หลังจากที่เฟิงอวิ๋นซิวกินยาลูกกลอนเม็ดนี้เข้าไป สีหน้าของเขาก็ดีขึ้นมาก และไม่ได้เจ็บปวดทรมานเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
ซวนอีกล่าว “พวกเรารีบไปเมืองโอสถกันก่อนเถอะ เผื่อพวกมันจะย้อนกลับมาอีก”
พวกเขาจะไปแล้ว มู่เฉียนซีก็ต้องสิ้นสุดการฝึกฝนในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาลง และเดินทางไปเมืองโอสถกับพวกเขา
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวถามว่า “เจ้าชื่ออะไรล่ะ?”
นางคิดชื่อปลอมเอาไว้ตั้งแต่ออกมาจากเมืองเย่เซี่ยแล้ว มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าชื่อมู่หรงเฉียนเยี่ย”
“เฉียนเยี่ย?” เฟิงอวิ๋นซิวพึมพำเสียงต่ำ
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “แล้วเจ้าล่ะ?”
“เฟิงอวิ๋นซิว”
“นายน้อย นี่นายน้อย…”
เฟิงอวิ๋นซิวบอกชื่อจริง ๆ ของตนเองออกไป ทำให้ซวนอีรู้สึกแปลกใจมาก
ในแดนตะวันออก มีผู้ใดบ้างที่ไม่รู้จักชื่อของนายน้อยแห่งตำหนักตงจี๋อย่างเฟิงอวิ๋นซิว
หึ! เจ้าหนุ่มผู้นี้ได้ยินช