ื่อของนายน้อยแล้ว แต่ยังทำตัวไม่สุภาพและไม่เคารพเลยแม้แต่น้อย
มู่เฉียนซีกลับหัวเราะ ก่อนจะกล่าวว่า “นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าก็คือนายน้อยอวิ๋นซิว นายน้อยอวิ๋นซิวแห่งตำหนักตงจี๋ อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งดินแดนสี่ทิศ เมื่อได้ยินชื่อนี้แล้วข้าก็รู้สึกเบื่อหน่าย นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าวันนี้จะได้เจอตัวเป็น ๆ”
ไร้ซึ่งท่าทีเคารพและศรัทธา อีกทั้งยังกล่าวยั่วเย้านายน้อยอีก ซวนอีและพวกตกใจผงะกันไปอีกคนละรอบ
เฟิงอวิ๋นซิวยิ้มอย่างงดงามพลางกล่าว “ชื่อเสียงเหล่านั้นมันก็เกินความเป็นจริงไปบ้าง แต่พรสวรรค์ของเจ้าก็ไม่ได้น้อยหน้าผู้ใดเหมือนกัน พลังอำนาจการโจมตีของกระบี่ในเมื่อครู่นั้นช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก”
เฟิงอวิ๋นซิวงดงามและสูงศักดิ์ ความปลิ้นปล้อนเหลี่ยมจัดของมู่เฉียนซีนั้นกลับทำให้ผู้คนชื่นชอบ แต่ทั้งสองเข้ากันได้ดีมาก
ตลอดการเดินทาง ซวนอีรู้สึกแปลกใจมาก ถึงแม้ว่านายน้อยจะใจดีกับหลาย ๆ คน แต่ในใจกลับปฏิเสธผู้คน ไม่ชอบสุงสิงกับผู้ใด น้อยนักที่จะชิดใกล้คนแปลกหน้าอย่างจริงจังเช่นนี้
คนที่เข้ามาชิดใกล้นายน้อยเหล่านั้นไม่ใช่เข้ามาเพราะพรสวรรค์ของนายน้อย แต่เป็นเพราะสถานะของนายน้อย และไม่จริงใจทั้งสิ้น
ทว่า ในตอนนี้ได้เห็นทั้งสองคนอยู่ร่วมกัน เขานึกไม่ถึงเลยว่าจะปรองดองเข้ากันได้ดีถึงเพียงนี้
ศัตรูวางยาพิษอันร้ายแรงให้กับเฟิงอวิ๋นซิว คงคิดว่าเฟิงอวิ๋นซิวต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยเป็นแน่ ดังนั้นพวกเขาจึงเดินทางเข้า