จะตายอยู่แล้ว ยังจะบอกว่าไม่เป็นอะไรอีก!” น้ำเสียงอันเย็นยะเยือกเสียงหนึ่งดังขึ้น
พวกเขาเห็นชายหนุ่มสวมชุดสีขาวผู้หนึ่งเดินออกมา ชายหนุ่มผู้นี้อายุยังน้อย ดูเหมือนจะอายุน้อยกว่านายน้อยของพวกเขาหลายปีอีกด้วย
ถึงแม้ว่ารูปร่างหน้าตาจะไม่ได้รูปงามเทียบเท่านายน้อยของพวกเขา แต่กลับดูไม่มีเบื่อเลยสักนิด
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “ขอบคุณคุณชายมากที่เมื่อครู่ได้ช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้”
ถึงแม้ว่ามู่เฉียนซีจะช่วยชีวิตผู้มีพระคุณเอาไว้ แต่ซวนอีและพวกก็ยังคงตั้งท่าเตรียมป้องกันมู่เฉียนซีอยู่ดี
มู่เฉียนซีกำกระบี่ในมือแน่นพลางกล่าว “ก็แค่ผ่านมาเจอก็เท่านั้น รู้สึกคันไม้คันมือก็เลยลงมือไป ข้าก็ไม่ได้ตั้งใจจะช่วยพวกเจ้าหรอกนะ”
ซวนอีกล่าว “นายน้อย จะมัวเสียเวลาอยู่ไม่ได้แล้วขอรับ พวกเราต้องรีบเดินทางไปเมืองโอสถ หานักปรุงยามาแก้พิษให้นายน้อยให้เร็วที่สุด”
ภายใต้สายตาของการเตรียมป้องกันของซวนอี มู่เฉียนซีก็เดินเข้ามาใกล้เฟิงอวิ๋นซิวและกล่าวว่า “แต่พิษที่เจ้าโดนอยู่ในตอนนี้ เกรงว่าจะไปไม่ทันถึงเมืองโอสถน่ะสิ คงจะตายก่อนระหว่างทาง”
“นี่เจ้า หุบปากเดี๋ยวนี้นะ!”
เผชิญหน้ากับเจ้าหนุ่มผู้ที่กล้าสาปแช่งนายน้อยของตนเองเช่นนี้ ถึงแม้ว่าเมื่อครู่เขาจะลงมือช่วยชีวิตนายน้อยเอาไว้ แต่ซวนอีก็อดโมโหไม่ได้จริง ๆ
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้ามียาลูกกลอน(เม็ดยาวิญญาณ)อยู่ ช่วยแก้พิษให้นายน้อยของเจ้าได้ แต่ข้ามีเงื่อนไขหนึ่งข้อ”
ซวนอีกล่า