ในตอนนั้นจิ่วเยี่ยได้เอาปิ่นวิญญาณจื่อเฟิ้งของนางไป ท่านอาเล็กโกรธมาก ของสิ่งนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่
สุดท้ายจิ่วเยี่ยก็กล่าวปฏิเสธ “เว้นเสียจากของสิ่งนี้ ซีต้องการสิ่งใดข้าให้ได้ทุกอย่าง”
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “ตกลงปิ่นวิญญาณจื่อเฟิ้งมีประโยชน์อันใดกันแน่?”
“เมื่อถึงเวลาซีก็จะรู้เอง”
“ไม่คืนให้จริง ๆ เหรอ?” มู่เฉียนซีขมวดคิ้วพลางกล่าว
“อืม!”
“ช่างเถอะ ข้าไม่อยากจะฝืนใจเจ้า!”
ถึงแม้ว่าปิ่นปักผมนั้นจะมีนัยความสำคัญไม่ธรรมดา แต่จิ่วเยี่ยคงไม่ใช้ของสิ่งนั้นมาทำร้ายนางเป็นแน่
จิ่วเยี่ยเอาปิ่นปักผมสีม่วงเข้มอันหนึ่งออกมา คุณภาพวัสดุของปิ่นอันนี้เหมือนกับปิ่นวิญญาณจื่อเฟิ้งมาก
ทว่า บนปิ่นไม่ได้สลักด้วยลวดลายดอกลำโพง แต่เป็นปีกของหงส์ที่สวยงามราวกับมีชีวิต
“ให้เจ้า!” ปิ่นอันนี้ดูละเอียดประณีตและงดงาม ไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรีก็ล้วนแต่เหมาะทั้งสิ้น
มู่เฉียนซีกล่าว “นี่เป็นของขวัญวันเกิดที่เจ้าให้ข้าเหรอ?”
“นี่เป็นสิ่งที่ข้าชดเชยให้เจ้า” จิ่วเยี่ยตอบ
เขามองมู่เฉียนซีและกล่าวว่า “นับตั้งแต่ซีเริ่มบรรลุนิติภาวะ ในทุก ๆ ปี ของขวัญที่ข้าจะมอบให้แก่ซีก็คือตัวข้า ข้าคิดว่านี่ดีที่สุดแล้ว”
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกขึ้นเล็กน้อย เจ้าหมอนี่หยุดหลงตัวเองสักทีจะได้หรือไม่!
“ของขวัญวันเกิดที่ดีมากเช่นนี้ข้ารับไว้ไม่ได้ ข้าปฏิเสธ ปฏิเสธ”
จิ่วเยี่ยอุ้มมู่เฉียนซีขึ้นและกล่าวอย่างใช้อำนาจบาตรใหญ่ว่า “ของขวัญที่ข้าม