อบให้ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถปฏิเสธได้”
เมื่อเข้ามาถึงในห้อง มู่เฉียนซีก็แทบจะบ้าคลั่งขึ้น
“หวงจิ่วเยี่ย กลางคืนเป็นเวลาของข้า และตอนนี้ก็กลางคืนแล้ว”
“ครบหนึ่งวันแล้ว และวันเกิดซีก็ผ่านมาแล้วด้วย ฉะนั้น…”
มู่เฉียนซีกระวนกระวายใจขึ้น “เจ้า นี่เจ้าตั้งใจให้เป็นเช่นนี้ อือ…”
ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือนางต้องทุกข์ทรมานอีกทั้งคืน จากนั้นมู่เฉียนซีก็นอนซบอกจิ่วเยี่ยและหลับไป
หลังจากที่มู่เฉียนซีหลับไป จิ่วเยี่ยก็ลืมตาขึ้นมา
ดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกคู่นั้นในตอนนี้พลันเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินดุจดั่งมหาสมุทรลึก เปลวไฟลุกโชนอยู่ภายในดวงตาคู่นั้น คำสาปได้หลุดออกจากการยับยั้งแล้ว
เมื่อมองดูสตรีที่อยู่ตรงหน้า เขาก็อยากจะครอบครองนางอย่างสมบูรณ์ อยากจะกลืนกินนางไม่ให้เหลือแม้แต่กระดูก
มู่เฉียนซีหลับไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ไม่ได้มีการป้องกันแม้แต่น้อย แต่สุ่ยจิงอิ๋งกลับเตรียมป้องกันอยู่เสมอสำหรับหวงจิ่วเยี่ยผู้ที่อันตรายมากผู้นี้
เขาก้มหน้าลงจูบหน้าผากมู่เฉียนซีเบา ๆ ครั้งหนึ่ง
เขากล่าวเสียงขรึมว่า “สุ่ยจิงอิ๋ง เจ้าอดใจรอที่จะลงมือกับข้าไม่ได้แล้วสินะ เช่นนั้นก็ลงมือเถอะ!”
แสงสีฟ้าได้ห่อหุ้มร่างของเขาเอาไว้ สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า “จิ่วเยี่ย เจ้าแข็งแกร่งกว่าที่ข้าได้จินตนาการเอาไว้มาก ลำบากเจ้าแล้ว”
จิ่วเยี่ยกล่าว “หากสามารถอยู่ข้างกายซีได้ ข้าก็ไม่รู้จักคำว่าลำบาก”
ครั้นแล้วร่างชุดดำอันเพรีย