้อนนี้เขาคงจะมีความสุขมากล้นเป็นแน่ น่าเสียดายที่ตอนนี้เขาไม่ได้ลิ้มรสเค้กที่แสนอร่อยเช่นนี้
เมื่อมู่เฉียนซีตกแต่งหน้าเค้กเสร็จ นางก็กล่าวขึ้นว่า “เอาล่ะ เข้ามาได้แล้ว”
จิ่วเยี่ยเดินเข้าไป มู่เฉียนซีกล่าวกับเขาว่า “ถือเค้กก้อนนี้ตามข้าไปที่ศาลาลานนั่งเล่น!”
ถึงแม้ว่าจิ่วเยี่ยจะเป็นราชาแห่งอาหารดำไหม้ แต่การให้เขาถือเค้กนั้นก็นับว่าเป็นเรื่องที่ปลอดภัยมาก
พวกเขานั่งลงในศาลาลานนั่งเล่น เค้กได้วางลงบนโต๊ะศิลา
นางจุดเทียนอธิษฐาน เรื่องที่นางจะทำนางจะพยายามอย่างสุดความสามารถและจะทำให้สำเร็จให้ได้
มู่เฉียนซีหยิบมีดขึ้นมาตัดเค้ก เซียวโม่รู้สึกแปลกใจไม่รู้ว่ามู่เฉียนซีกำลังทำสิ่งใด ดังนั้นจึงลากเย่เฉินมา
ทันใดนั้นเองพวกเขาก็ได้กลิ่นอันหอมหวาน และเมื่อได้เห็นเค้กที่หน้าตาน่าทานก้อนหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ ดวงตาของพวกเขาก็เปล่งประกายขึ้นทันที
เซียวโม่กล่าว “เย่เฉิน ดูเหมือนว่าจะมีของอร่อย ๆ กินแล้ว!”
เซียวโม่กับเย่เฉินมองดูเค้กก้อนนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นมาก แต่เมื่อได้สบเข้ากับดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกนั้นแล้ว พวกเขาก็ต้องถอยหลังไปหลายก้าว
“เค้กก้อนนี้ เป็นของข้ากับซีแค่สองคน”
“นายท่าน…” เย่เฉินเริ่มทำตัวเป็นผู้น่าสงสารต่อหน้ามู่เฉียนซี
“เฉียนซี! เพียงแค่นิดเดียว!” เซียวโม่อ้อนวอน
พวกเขาทั้งสองทำท่าทางน่าสงสารเพื่อรอให้มู่เฉียนซีเอ่ยปากกล่าวบางอย่างออกมา แต่มู่เฉียนซีไม่ทันได้กล่าวอันใด จิ่วเยี่ยก็ฉีก