บลี้ที่ปกคลุมท้องฟ้านี้
มู่เฉียนซีเบิกตากว้าง “จิ่วเยี่ย เจ้า…”
จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีแน่นและกล่าวว่า “ซีเคยบอกว่า เมื่อเจ้ารักษาข้าหาย เจ้าจะต้องการข้าใช่หรือไม่?”
รัศมีของแสงสีแดงที่อยู่บนท้องฟ้าขับเน้นให้ใบหน้างดงามไร้เทียมทานนี้ยิ่งทำให้ดูน่าหลงใหลยิ่งขึ้น ดวงตาลึกล้ำคู่นั้นมองนางเช่นนี้ ทำให้ผู้คนหลงใหลอยู่ในนั้นจนมิอาจถอนตัวได้
มู่เฉียนซีกล่าว “แน่นอน สิ่งที่ข้าพูดเองย่อมจำได้อยู่แล้ว คำสาปของเจ้ายากที่จะแก้ได้ ดังนั้นจึงต้องเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างมากถึงจะสามารถชดเชยค่ารักษาพยาบาลของข้าได้”
มู่เฉียนซียกมือขึ้นจับคางที่อันแสนประณีตของเขาพลางกล่าวว่า “และสำหรับข้าแล้ว เจ้ามีค่าที่สุด ดังนั้นข้าต้องการเจ้า”
ทันใดนั้นใบหน้าเย็นชาและไร้ที่ตินั่นก็เผยรอยยิ้มที่ทำให้ทุกอย่างโดยรอบต่างซีดจางออกมา
“ข้าจะเป็นของเจ้า!”
เมื่อจิ่วเยี่ยกล่าวจบ ผ้าสีแดงในอากาศก็ก่อตัวเป็นเกลียวและรวมกันเป็นคำไม่กี่คำ
“รักเจ้า ชั่วนิรันดร์ ซี!”
จิ่วเยี่ยกัดติ่งหูมู่เฉียนซีเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “รักเจ้า ชั่วนิรันดร์! ซี!”
นี่เป็นการสารภาพรักที่แท้จริงของจิ่วเยี่ย เพียงแค่ประโยคง่าย ๆ ไม่กี่ประโยคเท่านั้น ไม่ต้องใช้สวรรค์หรือผืนดินเป็นพยาน แต่นำความยึดมั่นถือมั่นในชีวิตนิรันดร์ของเขามาแทน
เขากอดมู่เฉียนซีแน่นและกล่าวว่า “ซีไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย…”
เมื่อจิ่วเยี่ยกล่าวจบ เขาก็จุมพิตไปบนริมฝีปากของมู่เฉียนซี
เดิมทีในใ