้ารอก่อนก็แล้วกัน เมื่อถึงตอนนั้นก็อย่าหาว่าข้าเล่นใหญ่เกินไปล่ะ”
ถึงแม้ว่านางและเสี่ยวไป๋จะไม่ได้มีความเคียดแค้นต่อกัน แต่ผู้อาวุโสสูงสุดกับหัวหน้าตำหนักเป่ยหานแล้ว นางสู้ไม่ยอมถอยแน่
ต่อให้จะต้องพังตำหนักเป่ยหาน นางก็จะทำให้ท่านอารองหลุดพ้นจากการควบคุมให้ได้
ตอนนี้ฉีดยาป้องกันให้กับเสี่ยวไป๋ก่อน เมื่อถึงตอนนั้นต่อให้มีจุดยืนต่างกัน ก็ต้องมีการเตรียมตัวเอาไว้สักเล็กน้อย
“เล่นใหญ่ไปก็ไม่เป็นไร มีข้าอยู่!” กู้ไป๋อีกล่าว
ลูกน้องของเขาเหล่านี้รู้สึกราวกับว่าพวกเขาเจอผิดคนแล้ว คนตรงหน้าผู้นี้ใช่ท่านกู้ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึกตัวจริงเหรอ
หรือเป็นเพราะว่าพวกเขาตาฝาดไป
มู่เฉียนซีกล่าว “ลูกน้องของเจ้าคุกเข่านานแล้ว ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะไป ตอนนี้ก็รีบไปเถอะ!”
“เพียงแต่ว่าประลองฝีมือได้ไม่ทันไรเจ้าก็จะจากไปแล้ว ช่างน่าเบื่อเสียจริง ชิงอิ่ง ต่อไปเจ้าประลองกับข้าเถอะ!” มู่เฉียนซีมองไปที่ชิงอิ่ง
ยังไม่ทันได้กล่าวคำลา มู่เฉียนซีก็ละความสนใจไปจากกู้ไป๋อีแล้ว
กู้ไป๋อีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ไปกันเถอะ!”
“ขอรับ!”
พลังความแข็งแกร่งของพวกเขาแต่ละคนนั้นไม่ธรรมดา จึงออกไปจากเมืองเย่เซี่ยได้อย่างรวดเร็ว
ตูม ปัง ปัง!
มู่เฉียนซีประมือกับชิงอิ่ง ร่างชุดเขียวกับร่างชุดม่วงต่อสู้กันกลางอากาศ
หลังจากมู่เฉียนซีกระเด็นลอยออกไป จู่ ๆ ก็ถูกร่างในชุดดำร่างหนึ่งรับเอาไว้ได้
เมื่อรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย