รถถามอันใดให้เขาตอบได้เลย
มู่เฉียนซีกล่าวเตือนว่า “ข้านอนก็ได้ แต่เจ้าอย่าได้ฉวยโอกาสตอนที่ข้านอนทำอันใดล่ะ!”
มู่เฉียนซีพบว่าจิ่วเยี่ยเชื่อฟังนางเป็นพิเศษ เมื่อเห็นนางหลับไปแล้ว เขาก็ไม่ได้ทำอันใด
นางคิดในใจว่า ‘เป็นเพราะว่ามีแหวนหยกเย็นศักดิ์สิทธิ์อยู่แน่เลย คำสาปของจิ่วเยี่ยถึงไม่รุนแรงมากแล้ว’
กลับนึกไม่ถึงว่านอนหลับถึงเที่ยงคืนมู่เฉียนซีก็ตื่นขึ้น
ถูกจิ่วเยี่ยจูบอย่างหยาบคายทำให้นางหายใจลำบาก จำต้องตื่นขึ้นมาจากความฝัน
อือ…
ที่ก่อนหน้านี้ไม่ลงมือ ไม่ใช่เพราะว่ารอให้นางฟื้นฟูพลังจิตกลับมาก่อนหรอกกระมัง เมื่อถึงเที่ยงคืนก็รอเวลาลงมือเช่นนี้!
จิ่วเยี่ยช่างร้ายกาจยิ่งนัก!
หลังจากที่ปลุกนางด้วยวิธีที่สุดเหวี่ยงเช่นนี้ จิ่วเยี่ยก็หยุดทำร้ายริมฝีปากของมู่เฉียนซีลง
สายตามองแก้มที่ชมพูระเรื่อนั้นของนาง และหยิกแก้มเบา ๆ ก่อนจะกล่าวว่า “ตื่นแล้วเหรอ!”
จากนั้นเขาก็กอดมู่เฉียนซีเอาไว้ และหยิบเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมด้วยขั้นตอนซับซ้อนนั้นสวมให้กับนาง
ความเร็วในการสวมของจิ่วเยี่ยนั้นรวดเร็วมาก มู่เฉียนซียังไม่ได้มีการตอบสนองแต่อย่างใด เขาก็สวมให้นางเสร็จแล้ว
มู่เฉียนซียืนตรงหน้าเขา และกล่าวถามว่า “จิ่วเยี่ย เกิดอันใดขึ้น จู่ ๆ ก็สวมชุดพิธีการเช่นนี้ให้ข้า นี่เจ้าจะให้ข้าเข้าร่วมงานเลี้ยงอันใดเหรอ?”
จิ่วเยี่ยกล่าว “ใกล้จะได้เวลาแล้ว!”
จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีไว้ในอ้อมกอด และร่างสองร่างก็อันตรธานหายไ