ี่ได้รับบาดเจ็บสาหัสในตอนนี้เร็วไม่เท่าชิงอิ่ง ดังนั้นชิงอิ่งจึงเป็นคนรับมู่เฉียนซีเอาไว้ทัน
“เฉียน!”
“คุณหนูใหญ่!”
“ท่านผู้นำตระกูล!”
ครั้นแล้วทุกคนจึงเกิดความตื่นตระหนกขึ้น
ชิงอิ่งใช้พลังแห่งชีวิตรักษาร่างกายของมู่เฉียนซี แต่ร่างกายนางไม่ได้มีอาการอันใดร้ายแรง
กู้ไป๋อีใช้พลังจิตตรวจอาการ จากนั้นก็กล่าวว่า “การต่อสู้ในเมื่อครู่นั้นน่าหวาดเสียวและอันตรายมาก ดูเหมือนว่าคุณหนูใหญ่จะใช้พลังจิตทั้งหมดเพื่อการต่อสู้ ตอนนี้ได้สูญเสียพลังจิตไปจึงได้เป็นลมหมดสติเช่นนี้”
“พักผ่อนให้ดี อาการก็จะดีขึ้นเอง!”
มู่อีและพวกได้ยินเช่นนี้ก็โล่งอกไปเปราะหนึ่ง กู้ไป๋อีกล่าว “กลับไปเมืองเย่เซี่ยก่อนเถอะ!”
ก่อนที่พวกเขาจะจากไป กู้ไป๋อีหันกลับไปมองบริเวณเขตที่เต็มไปด้วยพิษร้ายนั้น
ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะถามอะไรไม่ได้เลย แต่เขาก็สามารถเดาได้ว่าผู้ที่กล้าทำเรื่องบ้า ๆ เช่นนี้ขึ้นมาได้ก็คงจะมีเพียงแค่เขาผู้นั้นเท่านั้น
บัดนี้ สำนักขวางโซ่วได้ถูกทำลายล้างไปแล้ว และคงจะไม่คุกคามนางอีกแล้ว
หลังจากที่มู่เฉียนซีไป เย่เฉินก็เฝ้ารอข่าวอยู่ตลอด เขาเป็นกังวลกลัวว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับมู่เฉียนซี
เมื่อเขาได้เห็นมู่อี กู้ไป๋อีและพวกเข้ามาในเมืองเย่เซี่ย เขาก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง
ทว่า…
นายท่านถูกบุรุษชุดเขียวแปลกหน้าผู้หนึ่งอุ้มมา อีกทั้งยังเป็นลมหมดสติไปอีกด้วย
จำต้องบอกเลยว่ารูปร่างหน้าตาของบุรุษชุดเขียวผู้นี้รูปงามถล่มบ้านถล