ให้สถานที่แห่งนั้นกลายเป็นที่ฝังกลบกระดูกของคนผู้นั้นก็ดูเหมือนจะไม่เลวเลย รับสารประกาศศึกไว้เถอะ!”
ทั้งสองฝ่ายต่างได้รวบรวมยอดฝีมือและมุ่งไปยังทุ่งศิลาโกลาหล
พวกเขาต่างมาถึงทุ่งศิลาโกลาหลแทบจะในเวลาเดียวกัน
เมื่อศัตรูพบหน้ากันดวงตาก็เกิดแดงก่ำขึ้นมา
เจ้าเมืองอันถลึงตาใส่เย่เฉินอย่างเดือดดาล “เจ้าหนู พวกเจ้าทำให้บุตรของข้าพิการอีกทั้งยังแย่งชิงภรรยาน้อยบุตรชายของข้าไป ตอนนี้ยังกล้าที่จะมาส่งสารประกาศศึกกับข้า ช่างกล้าดีเสียจริงนะ!”
เย่เฉินกล่าว “เรื่องทั้งหมดนั้นบุตรชายของเจ้าเป็นคนก่อขึ้นเอง จะไปโทษผู้ใดมิได้”
“ไอ้หนูยิ่งยโสนัก ข้าจะให้เจ้าชดใช้อย่างแสนสาหัส”
ทันทีที่สิ้นเสียงอันโกรธเกรี้ยวของเจ้าเมืองอัน คนเหล่านั้นของเมืองแห่งความโกลาหลก็ได้ถาโถมเข้าไปฆ่าฟันประหนึ่งสายน้ำหลากก็มิปาน
แน่นอนว่าทางฝ่ายมู่เฉียนซีเองก็มิได้ยืนรอให้ถูกฟาดฟันและได้รีบเตรียมตัวรับศึก เช่นกัน
ผู้ที่พวกเขากำลังเผชิญหน้าอยู่นั้นเป็นจ้าวแห่งทุ่งรกร้าง แน่นอนว่าจึงไม่ได้เก็บออมพลังความสามารถใด ๆ เอาไว้ พวกเขาได้รีบอัญเชิญสัตว์พันธสัญญาออกมา
เมื่อเจ้าเมืองอันได้เห็นสัตว์พันธสัญญาที่พุ่งเข้ามาเหมือนดั่งกระแสน้ำเชี่ยวก็ตะลึงงันไปชั่วขณะ “พวกเจ้า…พวกเจ้ามีสัตว์พันธสัญญามากมายเช่นนี้ เป็นไปได้อย่างไร?”
สัตว์วิญญาณหรือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์นั้นมิได้หายากนัก แต่ทว่าผู้ฝึกสัตว์นั้นกลับหาได้ยากยิ่ง ทั่วทั้งโลกสี่ทิศมีผู้