สีหน้าของมู่เฉียนซีเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม จากนั้นนางก็ได้กวาดกระบี่ออกไปในทันทีโดยที่ไม่มีความเกรงใจ
“มังกรเพลิงสังหาร!”
มังกรเพลิงสีแดงเข้มได้พุ่งทะลุผ่านตัวนายน้อยของเมืองแห่งความโกลาหล
ไป ไม่นานนักก็มีเสียงเหมือนดั่งหมูถูกเชือดลอยมา
“อ๊ากก!”
เสียงนั้นน่าสังเวชเป็นอย่างมาก
ชาวเมืองเหล่านั้นที่ถอยหลบออกไปได้ยินเสียงนั้นก็ตะลึงงันไปชั่วขณะ “นั่นเหมือนจะเป็นเสียงของนายน้อย”
“นายน้อยร้องอย่างน่าสังเวชเช่นนั้น หรือว่าจะได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส?”
“……”
ปัง! อันเหรินล้มลงบนพื้น ร่างกายของเขากระตุกไปทั้งร่าง เขาเจ็บเสียจนลุกขึ้นมาไม่ไหว
ส่วนอื่น ๆ บนร่างกายของเขาแม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ทว่าส่วนที่เขาให้ความสำคัญที่สุด และมันก็อ่อนแอที่สุดนั้น ในตอนนี้ได้ถูกเผาจนไหม้เป็นเถ้าถ่านไปแล้ว
กู้ไป๋อีที่เดิมทีคิดจะสั่งสอนอันเหริน ทว่าเมื่อได้เห็นสภาพของนายน้อยที่น่าอนาถเช่นนี้แล้ว มุมปากของเขาก็แสยะออกมา
เป็นอย่างคิดเอาไว้จริง ๆ นางเป็นพวกที่ไม่ยอมเสียเปรียบใคร หากทำให้นางโกรธแล้วจะต้องได้ชดใช้อย่างหนักหน่วงแน่นอน
นายน้อยกล่าวอย่างไร้เรี่ยวแรง “จับพวกนั้นเอาไว้ จะต้องจับพวกนางให้ได้…”
“นายน้อย ท่านใจเย็นก่อน พวกเรา…พวกเราจะพาท่านไปรักษาอาการบาดเจ็บก่อน”
คนกลุ่มหนึ่งรีบนำตัวนายน้อยไปรักษา ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งได้หันมาประมือกับพวกมู่เฉียนซีต่อไป
มู่เฉียนซีกล่าว “อู๋ตี้ เสี่ยวหง ออกมา!”
เมื่อได้สั่งสอนเ