ันได้ถูกวางแผนมาตั้งแต่แรกแล้ว
“เมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งอย่างเมืองเหยียนช่างกล้าดีนัก! บุตรของข้าต้องการที่จะปกป้องนางแต่นางกลับไม่รู้จักดีชั่ว ก็อย่าได้ว่ากันเมื่อข้าล้างเมืองเหยียนด้วยเลือด”
แน่นอนว่าระหว่างทางนั้นมีทหารที่ไล่ตามมาอยู่ไม่น้อย
แต่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาพวกเขาก็เป็นเพียงแค่ระดับที่หกเท่านั้น เย่เฉินและกู้ไป๋อีจึงสามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย
เหยียนเซี่ยฉีกล่าวด้วยความตกตะลึง “มหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับที่หก พี่เย่ ท่าน…”
หลังจากจัดการกับทหารที่ไล่ตามมาคนสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วเย่เฉินก็กล่าวขึ้น “อื้ม! ข้ามีพลังความสามารถของมหาจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่หกแล้ว ข้าจะปกป้องเซี่ยฉีให้ดีอย่างแน่นอน จะไม่ให้ใครมาทำร้ายเซี่ยฉีได้อีก”
“พี่เย่…”
เซียวโม่มองเย่เฉินที่กอดสาวงามไว้ในอ้อมแขนด้วยความอิจฉาและริษยา เขาเอ่ยขึ้นว่า “เฉียนซี เจ้าหนุ่มนี่เอาแต่แสดงความรักช่างน่ารังเกียจนัก ข้าแนะนำให้โยนเขาลงไปจากสัตว์ศักดิทธิ์ท่องนภาซะ”
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “ถ้าหากเจ้าสามารถที่จะโยนเย่เฉินลงไปได้ละก็ เช่นนั้นก็โยนลงไปเถอะ! ข้าสนับสนุน!”
“……”
เหล่าทหารที่ไล่ตามหลังมานั้นไร้ซึ่งความคุกคามใด ๆ ต่อพวกเขา พวกเขาจึงหยอกล้อกันไปตลอดเส้นทาง
ไม่นานนักที่ทางด้านเมืองแห่งความโกลาหล เจ้าเมืองอันก็ได้รับข่าวว่าคนที่เขาส่งออกไปนั้นได้ถูกฆ่าตายทั้งหมด เขาแทบที่จะระเบิดออกมาในทันที
“เจ้าพวกไร้ประโ