างรุนแรงของเย่เฉิน และรีบพรวดไปดูทันที
จากนั้นพวกเขาก็ได้เห็นเย่เฉินยืนถือกระดาษแผ่นหนึ่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังนั้น ดวงตาของเย่เฉินแดงก่ำด้วยความโกรธ
เขากัดฟันกรอดและกล่าวออกมาอย่างช้า ๆ ว่า “เมืองแห่งความโกลาหล!”
มู่เฉียนซีตกใจสะดุ้งขึ้นเล็กน้อย “เย่เฉิน เจ้าใจเย็น ๆ ก่อน นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้น?”
ทว่า ภายใต้สถานการณ์ของเย่เฉินในตอนนี้นั้น เขาไม่ฟังผู้ใดแม้กระทั่งมู่เฉียนซี
ต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้วเป็นแน่ สามารถทำให้เขาไม่ฟังนายท่านได้ เช่นนั้นก็มีเพียงแค่เรื่องเดียว!
เซี่ยฉี…
ในตอนนี้เองแสงสีขาวก็ได้สว่างวาบ นั่นก็คือหม้อเทพไท่อี หม้อเทพไท่อีแสนดื้อรั้นจึงทำการเนรคุณเจ้านายด้วยการตีเข้าที่หัวของเย่เฉินอย่างแรง
“ท่านมู่กำลังพูดอยู่กับเจ้านะ! นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกล้าเพิกเฉยเช่นนี้ ข้าจะตีหัวเจ้าให้เจ้ากลายเป็นคนโง่ไปเลย!”
เซียวโม่กล่าวอย่างประหลาดใจว่า “มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพทุบตีเจ้านายตัวเองได้ด้วยเหรอ”
คนในตระกูลของเขาล้วนแต่เป็นนักหลอมอาวุธทั้งสิ้น ไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพมากนัก และไม่เคยเห็นมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพใดที่ทุบตีผู้เป็นนายเช่นนี้
ซี้ด! ศีรษะของเย่เฉินถูกตีจนบวมเป่ง ความเจ็บปวดนั้นทำให้เขาได้สติขึ้นมา
เขามองไปที่มู่เฉียนซีและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งว่า “นายท่าน คนของเมืองแห่งความโกลาหล พวกมันจับตัวเซี่ยฉีไป”
“แล้วเจ้ายังจะรออันใดอยู่อ