ฉียนซีกล่าว “จิ่วเยี่ย ยังจัดการไม่เรียบร้อยเลย ข้ายังไปไม่ได้”
“พวกเศษสวะเหล่านั้น พวกเขาสามารถจัดการได้อยู่แล้ว หรือว่าซีไม่มีเรื่องอันใดที่ต้องพูดกับข้าเพียงลำพังอย่างนั้นเหรอ?” จิ่วเยี่ยกล่าวถามเสียงขรึม
ไม่นานนักพวกเขาทั้งสองก็ได้อันตรธานหายไปจากสายตาของทุกคน
วิ๊ง! กระบี่ของกู้ไป๋อียิ่งทวีความเย็นยะเยือกและอันตรายมากขึ้น
ไม่ว่าร่างในชุดขาวร่างนั้นย่างกรายไปที่ใด ที่แห่งนั้นก็ได้กลายเป็นซากศพทันที คนของสำนักขวางโซ่วที่เหลือเหล่านั้นเห็นกู้ไป๋อีย่างกรายเข้ามาก็ล้วนแต่รู้สึกขนพองสยองเกล้า
ทั้งแข็งแกร่งอีกทั้งยังไร้ซึ่งความปรานี ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
จิ่วเยี่ยพามู่เฉียนซีเข้ามาในจวนท่านเจ้าเมือง มู่เฉียนซีเห็นว่าที่สนามรบนั้นมีเสี่ยวไป๋อยู่ คนเหล่านั้นไม่วายต้องกลายเป็นซากศพแน่นอน ดังนั้นก็มอบให้เป็นหน้าที่ของพวกเขาก็แล้วกัน
มู่เฉียนซีมองจิ่วเยี่ยและกล่าวว่า “เรื่องที่รับปากข้าไว้ เจ้าไม่ลืมใช่หรือไม่?”
“ข้าไม่ลืม!”
“ภารกิจที่สำคัญที่สุดของเจ้าในตอนนี้ก็คือหาคัมภีร์หมื่นคำสาปมาล้างคำสาปให้ได้ เรื่องอื่นนั้นไม่ต้องสนใจ”
ดวงตาของจิ่วเยี่ยฉายแววอันตรายออกมา “นี่ซีกำลังสั่งข้าอย่างนั้นเหรอ?”
“ข้าสั่งเจ้าแล้วจะทำไม?” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างกำเริบเสิบสาน
“แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยมีผู้ใดกล้าออกคำสั่งกับข้า!” ดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกนั้นจ้องเขม็งไปที่มู่เฉียนซี
“ข้าก็แค่เรียงลำดับความสำคัญ ตกล