งเจ้าจะฟังหรือไม่” มู่เฉียนซีไม่ตกใจกับคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย
เขาขยับเข้าใกล้มู่เฉียนซีและกล่าวว่า “ซีจะออกคำสั่งกับข้า ต้องการให้ข้าเชื่อฟัง เช่นนั้นซีควรชดเชยให้ข้าสักหน่อย มิเช่นนั้น…”
“มิเช่นนั้นเจ้าจะขัดคำสั่งอย่างนั้นเหรอ?” มู่เฉียนซีถลึงตาใส่เขาอย่างโหดเหี้ยม
“คำสั่งของท่านหมอประจำตัวเจ้า เจ้าก็กล้าขัด เจ้าช่างกล้าไม่เบาเลย!”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาพร้อมดึงคอเสื้อของเขาราวกับว่าหากเขาไม่เชื่อฟังก็จะต่อยเขาอย่างไรอย่างนั้น
ถึงแม้ว่านางจะสู้เขาไม่ได้ก็ตาม!
“ข้ากล้าหาญมาตั้งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว” ในขณะที่กล่าวนั้น จิ่วเยี่ยก็อุ้มมู่เฉียนซีขึ้น
“การแสดงออกของซีทำให้ข้าพึงพอใจมาก ข้าเชื่อฟังคำสั่งของซี ไม่ขัดขืนแน่นอน”
ในขณะที่กล่าวนั้นเขาก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้อง
ไม่ว่ามู่เฉียนซีจะดิ้นรนขัดขืนเพียงใด เขาก็ยังไม่ยอมปล่อย
มู่เฉียนซีโกรธเกรี้ยวขึ้น “เจ้าจะเป็นหรือตายข้าจะไม่สนใจอีกแล้ว เจ้าอยากจะทำอันใดก็เรื่องของเจ้า หากเจ้าไม่ฟังข้าก็ช่าง ข้าก็ไม่อยากจะ อือ…”
นางไม่ทันกล่าวจบ จิ่วเยี่ยก็ปิดปากนางด้วยปากเสียแล้ว
แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยมีผู้ใดกล้าออกคำสั่งกับเขามาก่อนเลย นางทำเช่นนั้นไปแล้ว และเขาก็ให้อภัยนาง แต่จิ่วเยี่ยไม่ใช่คนที่ยอมเสียเปรียบอันใดได้ง่าย ๆ
จิ่วเยี่ยถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ของมู่เฉียนซีออกอย่างรวดเร็ว เขาจูบริมฝีปากอันแดงระเรื่อของนาง และค่อย ๆ บรรจงจูบลงมาที่ซอกคอ ลงมา