ียนซีมองกู้ไป๋อีและกล่าวว่า “เสี่ยวไป๋ เจ้ามีอันใดอยากจะพูดหรือไม่?”
“ขะ ข้า ข้าค่อนข้างสนิทกับหัวหน้าตำหนักเป่ยหาน เรื่องราวในตำหนักน้อยมากที่เขาจะเข้ามายุ่ง เรื่องนี้ เขาไม่น่าจะมีส่วนรู้เห็นด้วย”
มู่เฉียนซีกล่าว “ในเมื่อเสี่ยวไป๋กล่าวเช่นนี้ ข้าก็เชื่อเจ้า”
ทว่า เรื่องของสามตระกูลยาโบราณไม่ได้เกี่ยวข้องกับหัวหน้าตำหนัก แล้วเรื่องของอารองล่ะ?
“รอให้พลังของข้าฟื้นฟูกลับมาได้ดังเดิม ข้าจะช่วยสืบเรื่องนี้ให้ชัดเจน!” กู้ไป๋อีกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว
“สืบให้ชัดเจน!” เย่เฉินตกใจผงะไปครู่หนึ่ง
“ท่านกู้ หรือว่าท่าน ท่าน…”
“ท่านเป็นคนของตำหนักเป่ยหาน”
เพิ่งได้รู้เมื่อครู่ว่าศัตรูของเขาคือตำหนักเป่ยหาน ตอนนี้ก็มารู้ว่ากู้ไปอีผู้ที่ตนเองเคารพนับถือมาโดยตลอดก็เป็นคนของตำหนักเป่ยหานอีก เย่เฉินรู้สึกยากจะแยกแยะจริง ๆ
หลังจากที่สอบถามเสร็จสิ้น คนผู้นั้นก็ได้สติกลับมาแล้ว เมื่อได้ยินคำพูดของเขาพวกเขาก็ตกตะลึงพรึงเพริดขึ้น
“เจ้าว่าอะไรนะ จะ เจ้า เจ้าก็เป็นคนของตำหนักเป่ยหานอย่างนั้นเหรอ เจ้า…”
“ข้ารู้สึกเหมือนคุ้นเคยเขา”
“พอมาคิดเช่นนี้แล้ว ทักษะกระบี่ของเขา…”