ดับสามกองกำลังหนึ่ง หากเป็นแมลงเม่าทั้งหมดต้องแย่แน่ ผู้ใดก่อเรื่อง ผู้นั้นต้องเป็นคนรับผิดชอบ ต้องแก้แค้นกับผู้บงการ แก้แค้นกับผู้ที่บงการเรื่องนี้ ไม่จำเป็นต้องต่อสู้กับทุกคนในตำหนักเป่ยหาน”
อันที่จริงแล้ว มู่เฉียนซีก็เคยรู้มาก่อนว่าท่านอารองของตนเองนั้นถูกตำหนักเป่ยหานควบคุมเอาไว้ นางมีความคิดเช่นเดียวกันกับเย่เฉิน
จะสู้ให้ถึงที่สุด สาบานว่าหากไม่พังพินาศกันไปข้างหนึ่งจะไม่ยอมเลิกราเด็ดขาด ญาติสนิทของนาง จะมาทำร้ายกันง่าย ๆ ได้เช่นไรกัน
เมื่อตอนที่ได้เจอกับกู้ไป๋อี และก็รู้ว่าเขาเป็นคนของตำหนักเป่ยหานด้วย
นางรับรู้ได้ถึงจิตใจอันเด็ดเดี่ยวและแน่วแน่เกี่ยวกับการฝึกยุทธ์โดยปราศจากเรื่องซับซ้อนใดใด จิตใจมุ่งมั่นแต่จะกลายเป็นผู้แข็งแกร่ง ทำให้นางรู้ว่าคนในตำหนักเป่ยหานไม่ใช่ทุกคนที่จะใช้อุบายเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์
ถึงแม้ว่านางจะไม่ใช่คนดีอะไร แต่นางก็ไม่ใช่คนที่ผลีผลามจนกระทั่งสังหารทุกอย่างเพื่อความโกรธโดยไม่สนใจอันใด
เย่เฉินได้ยินคำพูดของมู่เฉียนซีก็พยักหน้าลง “นายท่าน ข้าเข้าใจแล้ว”
หากไม่แยกแยะถูกผิดจนฆ่าทำลายไปทั้งกองกำลัง เช่นนั้นเขาก็ไม่ต่างอะไรกับมือสังหารที่ฆ่าล้างทำลายตระกูลเย่
เมื่อได้ยินคำพูดของมู่เฉียนซี กู้ไป๋อีก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง
ถึงแม้ว่านางจะเป็นคนที่หุนหันพลันแล่นและซุกซนไปบ้างในบางครั้ง แต่นางก็ไม่ใช่คนที่ไม่แยกแยะผิดถูก
เขากล่าวเสียงขรึมว่า “คุณหนูใหญ่…”
มู่เฉ