ู่เฉียนซีเล็กน้อย
พวกเขากล่าว “แม้ว่าจะผ่านมานานหลายปีแล้ว แต่พวกเจ้าก็คงจะรู้ดีว่าตำหนักเป่ยหานนั้นไม่อาจที่จะข่มได้ เจ้าคิดจะแก้แค้น นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย แต่ข้าช่วยเจ้าได้ ขอเพียงแค่เจ้าไว้ชีวิตข้า…”
“นายท่าน!” เย่เฉินได้ยินคำพูดเหล่านี้ของพวกเขาก็รู้สึกหวั่นไหวขึ้นแล้ว
อย่างน้อยคนเหล่านี้ก็เป็นยอดฝีมือระดับสูง หากสามารถเก็บนำมาใช้ประโยชน์ได้ ก็จะกลายเป็นว่าได้เพิ่มกำลังในการต่อสู้มาส่วนหนึ่ง
มู่เฉียนซีเอาเข็มยาเข็มหนึ่งออกมาและแทงเข้าที่คอของคนผู้นั้น ก่อนจะกล่าวว่า “ไม่มีเวลาจะมาฟังคำพูดอืดอาดยืดยาดของพวกเจ้าแล้ว เจ้ารู้อันใดมาบอกมาให้หมดเถอะ!”
ดวงตาของคนผู้นี้เริ่มเหม่อลอย มู่เฉียนซีมองเขาและกล่าวว่า “บอกมาเถอะ! ตกลงแล้วเป็นผู้ใดกันแน่ที่สั่งให้เจ้าฆ่าล้างทำลายสามตระกูลยาโบราณ ในตำหนักเป่ยหาน ผู้ใดเป็นผู้บงการ”
เขากล่าวอย่างไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่า “ท่านผู้อาวุโสสูงสุด ท่านผู้อาวุโสสูงสุดเป็นคนสั่งให้พวกข้าทำ”
ผู้อาวุโสสูงสุด แววตาของกู้ไป๋อีเริ่มทวีความเย็นยะเยือกมากขึ้น
มู่เฉียนซีกล่าว “แค่ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งตำหนักเป่ยหานอย่างนั้นเหรอ เรื่องใหญ่เช่นนี้หัวหน้าตำหนักของพวกเจ้าไม่รู้เรื่องด้วยอย่างนั้นเหรอ ข้าไม่เชื่อ!”
“ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าได้รับคำสั่งของผู้อาวุโสสูงสุดมาโดยตลอด หัวหน้าตำหนักมีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่นั้น ข้าไม่รู้”
มู่เฉียนซีมองกู้ไป๋อี “กองกำลังระ