เจ้าช่างเป็นเด็กที่รู้ความมากกว่าคนอื่น ๆ ในตระกูลจริง ๆ แต่ทางที่ดีเจ้าอย่าได้คิดจะเล่นแง่ใช้อุบายอันใดกับข้าเชียวล่ะ มิเช่นนั้นพวกข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าเป็นแน่”
เย่เฉินกล่าว “พวกเจ้าเก่งกาจถึงเพียงนี้ ข้าจะกล้าได้อย่างไรเล่า!”
จากนั้นเย่เฉินก็นำทางไปด้วยท่าทางที่สงบ มู่เฉียนซีรู้ถึงแผนการของเขาทั้งหมด ดังนั้นนางกับกู้ไป๋อีจึงเดินตามไปเงียบ ๆ
พวกเขาได้มาถึงภูเขาศิลาลูกหนึ่ง บนภูเขาศิลานั้นได้สลักลวดลายพืชมากมายนับไม่ถ้วน
คนเหล่านั้นไม่รู้ว่าลวดลายเหล่านี้หมายถึงสิ่งใด แต่มู่เฉียนซีกลับรู้ว่านี่ล้วนเป็นสมุนไพรวิญญาณขั้นสวรรค์ทั้งสิ้น
เย่เฉินได้กรีดข้อมือตัวเอง หยดเลือดสามหยดลงบนสมุนไพรวิญญาณต้นหนึ่ง จากนั้นก็เกิดเสียงตูมดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น
“ที่แท้ห้องลับนี้ต้องเป็นผู้ที่มีสายเลือดของตระกูลเย่เท่านั้นถึงจะเปิดมันได้ มิน่าล่ะพวกเราตามหามานานหลายปีแต่กลับไปเจอสักที”
พวกเขารุมล้อมข้างกายเย่เฉินและกล่าวว่า “เข้าไปสิ!”
ด้านในมืดสนิท ในขณะที่พวกเขาก้าวเท้าเข้าไปนั้นก็มีแสงสีเหลืองอ่อนเปล่งประกายขึ้น
เมื่อเดินผ่านเส้นทางมาเส้นทางหนึ่ง จู่ ๆ เย่เฉินก็ลงมือโจมตีคนอื่นทันที
“มังกรทำลาย!”
พลังอำนาจอันทรงพลังนั้นได้สลัดพวกเขาที่อยู่ข้างกายออกไป เย่เฉินตะโกนกล่าวกับมู่เฉียนซีและกู้ไป๋อีว่า “ทางนี้!”
ด้านข้างเป็นกำแพงกำแพงหนึ่ง เย่เฉินพุ่งพรวดทะลุกำแพงเข้าไป ส่วนมู่เฉียนซีกับกู้ไป๋อีก็ตามเข้าไปด้