เย่เฉินและกล่าวด้วยความเศร้าใจว่า “เจ้าใจดำมากยิ่งนัก! นึกไม่ถึงเลยว่าจะอยากให้ข้าตาย”
มู่เฉียนซีกล่าว “ก็จริง ข้าก็ไม่อยากจะเปลืองยาของข้าหรอก”
ถึงแม้จะรู้จักกันแค่ไม่กี่วัน แต่นางกับเย่เฉินก็รู้ดีว่าด้วยนิสัยของเจ้าหมอนี่แล้วไม่มีทางทรยศสหายอย่างแน่นอน
เซียวโม่ยิ้มพลางกล่าว “ข้ารู้อยู่แล้วว่าพวกเจ้าน่ะรักข้า”
ทางด้านของจื่อโยวและพวกเดินทางจากไปอย่างรวดเร็วไม่มีเวลาแม้แต่จะทำลายศพ มู่เฉียนซีโยนขวดยาให้เซียวโม่กับเย่เฉินพลางกล่าว “จัดการให้เรียบร้อย!”
ถึงอย่างไรผู้ที่ตายนั้นก็คือคนของตำหนักตงจี๋กองกำลังระดับสามที่แข็งแกร่งของแดนตะวันออก ต้องจัดการให้เรียบร้อย
หลังจากที่จัดการศพยอดฝีมือเหล่านี้ของตำหนักตงจี๋เสร็จแล้ว มู่เฉียนซีก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายมากมายที่ใกล้เข้ามา
นางกล่าว “มีคนมา พวกเรารีบจัดการและถอยก่อน”
หลังที่จากมู่เฉียนซีและพวกถอยไปได้ไม่นานนัก ก็มีคนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา
ทันทีที่พวกเขามาถึงก็ได้เห็นกับสนามรบที่มีสภาพพังพินาศ อีกทั้งยังมีหลุมขนาดใหญ่ฝีมือซิงเฉินหลุมนั้นอีก แสดงให้เห็นว่าการต่อสู้ในเมื่อครู่นั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
“ตรงนั้นยังมีคนที่รอดอยู่ เข้าไปถามกันเถอะ!”
ผลลัพธ์ที่ได้คือพวกเขาไม่รู้เรื่องอันใดทั้งสิ้น มีคนคนหนึ่งกล่าวว่า “พลังอำนาจที่น่าเกรงขามเมื่อครู่อย่างน้อยก็ต้องเป็นยอดฝีมือขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าแน่นอน เกรงว่าจะเป็นการลงมือของตำ