ปัง!
นึกไม่ถึงว่ากระบี่ของกู้ไป๋อีจะไม่ได้หั่นมือของนางให้ร่วงลงมา
ในตอนนี้เอง มู่หรูเหยียนที่ตกอยู่ในที่นั่งลำบากก็ได้เดินออกมาจากหมอกควันสีดำนั้น
นางมองมู่เฉียนซีด้วยสีหน้าท่าทางที่โหดเหี้ยม ดวงตาคู่นั้นพลันเปลี่ยนเป็นสายตาที่อาฆาตแค้นเป็นอย่างยิ่ง
คอนางปรากฏเส้นลวดลายสีดำขึ้น แก้มข้างซ้ายของนางปรากฏอักขระอักษรตัวหนึ่ง
อักขระอักษรตัวนั้นก็คือ ‘หมิง’
ด้วยท่าทางอันแปลกประหลาดในตอนนี้ของนางทำให้กู้ไป๋อีจำต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง
เขาขวางหน้ามู่เฉียนซีเอาไว้ และกล่าวว่า “คุณหนูใหญ่ ถอยไป คนผู้นี้ไม่ปกติ”
ในตอนนี้ใบหน้าของมู่หรูเหยียนบิดเบี้ยวเล็กน้อย พลางมองไปที่มู่เฉียนซี “เหอะเหอะ! สามารถทำให้จื่อโยวกับซิงเฉินผู้น่ารักน่าเอ็นดูเชื่อฟังคำสั่งของเจ้าได้ ดูท่า เจ้าคงจะเป็นหญิงสาวที่เยี่ยสนใจละสิ! ช่างคิดไม่ถึงจริง ๆ!”
ทันทีที่นางกล่าวคำพูดนี้ออกมาก็ทำให้มู่เฉียนซีตกใจผงะไปครู่หนึ่ง
“เจ้าไม่ใช่มู่หรูเหยียน”
ร่างกายใช่ แต่วิญญาณไม่ใช่
‘มู่หรูเหยียน’ กล่าวด้วยความน่ากลัวว่า “ข้าไม่ใช่นังผู้หญิงโง่เขลาผู้นั้นอย่างแน่นอน มีความสามารถเพียงน้อยนิดแต่กลับทำตัวเหย่อหยิ่ง ยโสโอหัง ช่างน่าขยะแขยงยิ่งนัก”
“เพียงแต่ว่า มันกลับทำให้ข้าได้ค้นพบเรื่องที่น่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่ง”
ดวงตาว่างเปล่าคู่นั้นจ้องมองไปที่มู่เฉียนซี และมีความรู้สึกที่อยากจะฉีกเนื้อหนังมังสาของนางออกเป็นหมื่น ๆ ชิ้น
ทันใดนั้นนาง