?”
“……”
ไม่ใช่เพราะสายตาของมู่เฉียนซีเฉียบแหลม แต่ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะคำเตือนของกู้ไป๋อีต่างหาก
จื่อโยวยิ้มพลางกล่าว “คนงามเก่งกาจเป็นที่สุด”
ซิงเฉินก็กล่าวว่า “นายหญิงทำได้ดี”
ชั่วครู่หนึ่งรอยยิ้มของซิงเฉินนั้นสดใสดุจดั่งดวงสุริยัน แต่ชั่วครู่ต่อมาใบหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างน่ากลัว “ส่วนพวกเจ้าทั้งหมด ก็ไปตายได้แล้ว”
ภายในชั่วพริบตาเดียวซิงเฉินก็ระเบิดพลังออกมา ทำให้สีหน้าของคนเหล่านั้นของตำหนักตงจี๋พลันเปลี่ยนไปมาก
“ห๊ะ! มหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้า!”
“เจ้าหนุ่มผู้นี้ นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีพลังเช่นนี้”
“รีบหนีเร็วเข้า!”
แม้แต่ท่านหัวหน้าตำหนักก็มีพลังเพียงในระดับนี้เช่นกัน ส่วนพวกเขานั้นไม่มีพลังความแข็งแกร่งที่จะตอบโต้กลับได้เลย
คนของสำนักต้าเหยี่ยนก็ตกตะลึงพรึงเพริดขึ้นเช่นกัน “สองคนเลย! พลังขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าทั้งสองคนเลย หอปี้ลั่วมียอดฝีมือเช่นนี้ถึงสองคน นี่ไม่ใช่เป็นแค่กองกำลังระดับสองครึ่งแล้ว”
ทางด้านของคนตำหนักตงจี๋ถูกบดขยี้จนยับเยิน ส่วนมู่หรูเหยียนที่เผชิญหน้ากับการเข้ามาใกล้ของมู่เฉียนซีในตอนนี้ก็อยู่โดดเดี่ยวอย่างไร้คนช่วย
ตูม! การโจมตีอันรุนแรงพุ่งเข้ามา นางที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสทำได้เพียงแค่กัดฟันตอบโต้
“ข้าไม่เชื่อว่าข้าจะฆ่าเจ้าไม่ได้ เห็น ๆ กันอยู่ว่าเจ้า…เจ้าก็แค่จักรพรรดิแห่งภูตระดับห้าเท่านั้น” มู่หรูเหยียนกัดฟันกรอดพลางกล่าว
พลังขั้นมหา