จักรพรรดิโคจรขึ้นอย่างบ้าคลั่งและพุ่งไปทางมู่เฉียนซี
“เจ้ากำลังดิ้นรนอย่างไร้ประโยชน์” มู่เฉียนซีมองหน้านางพลางกล่าวอย่างเฉยเมย
ตูม ปัง ปัง! หลังจากที่ได้ประมือกันหลายกระบวนท่า มู่เฉียนซีก็คว้าโอกาสเอาไว้ได้
พลังธาตุวารีได้ก่อตัวขึ้นเป็นระลอกคลื่นบริเวณรอบตัวนาง ทันทีที่นางง้างมือขึ้น กลิ่นอายแห่งการทำลายล้างก็แผ่ซ่านออกมา
“ทักษะโยวหลัว!”
ถึงแม้ว่ามู่หรูเหยียนจะโชคดีที่ได้เลื่อนขั้นพลังวิญญาณอย่างรวดเร็ว แต่กำลังในการต่อสู้จริงของนางนั้นไม่สมกับการรอคอยเลยแม้แต่น้อย
ส่วนมู่เฉียนซีนั้นไม่ต้องกล่าวถึงประสบการณ์ก่อนหน้านี้เลย แค่ประสบการณ์การต่อสู้อันนองเลือดในช่วงเวลาที่อยู่ในเมืองเฮยตูนั้นก็เพียงพอที่จะจับมู่หรูเหยียนโยนออกไปกลางอากาศแล้ว
เผชิญหน้ากับการโจมตีนี้ ต่อให้มู่หรูเหยียนโคจรพลังขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับห้าทั้งหมดก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้ร่างของนางกระเด็นลอยออกไปราวกับหุ่นไล่กาโดนพายุพัดกระโชกออกไปได้
ในขณะที่ร่างของนางกระเด็นลอยไปกลางอากาศ เลือดก็ได้ไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบาดแผลที่สาหัสนั้น
พรวด!
ตุบ! ร่างของมู่หรูเหยียนได้ตกลงมากระแทกกับพื้นดินจนเกิดหลุมขนาดใหญ่
กระดูกในร่างกายถูกแรงกระแทกจนหักไปกี่ท่อนแล้วก็ไม่อาจรู้ได้ นางบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามารถปีนป่ายลุกขึ้นมาได้แล้ว
“พวกเจ้า…นี่พวกเจ้าคิดจะกำจัดให้สิ้นซากจริง ๆ เหรอ?”
ทางด้านของตำหนักตงจี๋ นอกจากผู้