จื่อโยวชำเลืองมองนางแล้วกล่าวว่า “เป็นศัตรู? ถ้าเจ้าสัมผัสแม้แต่ปลายเส้นผมของสาวน้อย พวกเราได้เป็นศัตรูกับเจ้าแน่”
ดวงตาคู่นั้นของซิงเฉินเหลือบมองมู่หรูเหยียนแล้วกล่าวว่า “ตำหนักตงจี๋ของเจ้าเป็นขุมกำลังสำนักนิกายระดับสามไม่ผิด แต่หอปี้ลั่วของเราก็ไม่ใช่พวกอ่อนหัด กล้าแตะต้องนายหญิง พวกเจ้าก็ลองดู”
ซิงเฉินได้ยกค้อนทองคำของเขาขึ้นมาแล้ว ถ้าพวกเขากล้าพูดคำว่ากล้าเพียงคำเดียว เขาก็จะไม่เกรงใจอย่างแน่นอน
คนเหล่านั้นของตำหนักตงจี๋ตกตะลึง “หอปี้ลั่ว!”
ความแข็งแกร่งของสำนักนิกายระดับสองครึ่งกับสามต่างกันเพียงครึ่งระดับ แต่ในความเป็นจริงความแข็งแกร่งของพวกเขาแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว พวกเขาไม่จำเป็นต้องกลัว
แต่กับหอปี้ลั่วนั้นแตกต่างออกไป ในช่วงครึ่งปีมานี้ หอปี้ลั่วแข็งแกร่งขึ้นอย่างกะทันหัน และยอดฝีมือก็เพิ่มมากขึ้น เขาได้ยินมาว่าหอปี้ลั่วได้เปลี่ยนเจ้าของหอเป็นผู้ที่ลึกลับและน่าหวาดกลัว
คนเหล่านั้นจากสำนักต้าเหยี่ยนรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย หอปี้ลั่วปกป้องพวกเขา ดูเหมือนว่าวันนี้พวกเขาจะไม่เป็นไร
อยู่ในช่วงที่กำลังจะแย่งชิงหม้อเทพไท่อี คนของตำหนักตงจี๋จึงไม่อยากจะสู้กับหอปี้ลั่วให้ตายกันไปข้างในตอนนี้
มู่หรูเหยียนรู้ความคิดของพวกเขาดี นางกลอกตามองจื่อโยวกับซิงเฉินแล้วกล่าวว่า “ท่านหัวหน้าหอคงถูกสตรีเจ้าเล่ห์ผู้นี้หลอกแล้ว สตรีผู้นี้ได้หมั้นหมายไปตั้งนานแล้ว นางไม่ได้บริสุทธิ์ ผู้หญิงแบบนี้จะคู