่ควรได้อย่างไร…”
ทันใดนั้นดวงตาของซิงเฉินก็ได้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง
ลมกระโชกแรงอันน่าสยดสยองพุ่งเข้าใส่ผู้คนของตำหนักตงจี๋ ใบหน้าน่ารักของเขานั้นแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึม
“กล้าพูดไม่ดีเกี่ยวกับนายหญิง โทษของเจ้านั้นสมควรตาย”
จื่อโยวก็เรียกคนของหอปี้ลั่วให้ลงมือเช่นกัน หากเยี่ยนำสาวน้อยคนงามลงมาจริง ๆ และทำลายพรหมจรรย์ของเขาเอง เช่นนั้นทั้งคุกโลหิตของพวกเขาคงดีใจกันยกใหญ่
น่าเสียดายที่นี่ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ผู้หญิงคนนี้พูดจาเหลวไหล เขาอยากจะฉีกปากนั้นออกเสียจริง
แม้จะไม่รู้ว่าเหตุใดจื่อโยวถึงไม่อยู่ข้างกายจิ่วเยี่ย แต่กลับมาอยู่ในหอปี้ลั่ว ขุมกำลังสำนักนิกายระดับสองครึ่งของทางทิศตะวันออกนี่
แต่ตอนนี้มู่เฉียนซีก็ไม่จำเป็นต้องต่อสู้เพียงลำพัง นางจะต้องทำให้มู่หรูเหยียนเสียใจที่ปรากฏตัวต่อหน้านาง
“ลงมือ! จัดการพวกมันให้หมด” มู่หรูเหยียนกล่าวอย่างเย็นชา
หากไม่ได้ฆ่ามู่เฉียนซี นางสาบานว่าจะไม่เลิกรา!
มู่เฉียนซีกล่าวกับจื่อโยวว่า “พวกเจ้าขวางทางคนอื่นไว้ ส่วนผู้หญิงคนนั้นให้ข้าจัดการเอง ได้หรือไม่?”
เดิมทีเมื่อต้องปะทะเข้ากับมู่หรูเหยียน อีกฝ่ายก็จะนำยอดฝีมือมาไม่น้อย การจะลงมือกับนางนั้นยากเย็นนัก
แต่กลับคิดไม่ถึงว่าสวรรค์จะส่งคนมาช่วย เช่นนั้นนางก็จะไม่เกรงใจมู่หรูเหยียนอย่างแน่นอน
จื่อโยวหัวเราะพลางกล่าว “สาวน้อย ไม่มีปัญหา ข้าจะไม่ปล่อยให้ใครมาขวางทางเจ้า!”
ซิงเฉินกล่าว “ซิงเฉิ