างคนผู้หนึ่งพลันหรี่เล็กลง พลังความกดดันทางจิตนี้อย่างน้อย ๆ …
อย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับมหาจักรพรรดิขั้นที่เก้าจึงจะมีได้ เบื้องหลังกลุ่มคนหนุ่มที่โอหังเหล่านี้กลับมีผู้ที่เก่งกาจเช่นนี้อยู่ มิน่าเล่าพวกเขาถึงได้ยโสโอหังเช่นนี้
เบื้องหลังของพวกเขาอย่างน้อยก็ต้องเป็นสำนักนิกายระดับสองครึ่ง ในเมื่อล่วงเกินพวกเขาไม่ได้ก็จะหลบซ่อนจากพวกเขามิได้หรือยังไรกัน?
“ถ้าหากข้ารู้วิธีการเช่นนี้ จากนี้ไปก็จะสามารถไปหลอกให้ผู้คนหวาดกลัวได้แล้ว”
แน่นอนว่าเซียวโม่ไม่มีทางรู้ถึงพลังความสามารถที่ผ่านมาของกู้ไป๋อีว่าได้ไปถึงในขั้นนั้นมาแล้ว การแสดงเป็นยอดฝีมือระดับนั้นช่างง่ายดายยิ่งนัก
มู่เฉียนซีกล่าว “ก็มีแค่เพียงไป๋อีเท่านั้นที่สามารถจะใช้ได้ พวกเจ้าจงล้มเลิกความคิดนั้นเสียเถอะ!”
“เย่เฉินรีบรักษาอาการบาดเจ็บเข้า กิจการค้าขายเพิ่งจะเริ่มขึ้น!”
พวกเขาทั้งสี่คนแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน เซียวโม่รับผิดชอบแสดงเป็นนายน้อยจากกองกำลังใหญ่ผู้หยิ่งยโสที่ทรงพลัง
เย่เฉินรับหน้าที่ในการถูกทุบตี ส่วนมู่เฉียนซีรับหน้าที่ในการหลอกลวงผู้คน ส่วนไป๋อีนั้นคอยแผ่ซ่านพลังกดดันที่น่ากลัวนั่นอยู่ในมุมมืดเพื่อทำให้ผู้คนหวาดกลัว
พวกเขาทั้งสี่ร่วมมือกันได้ดีเป็นอย่างมาก พวกเขาทำการหลอกลวงปล้นชิงมาได้ทั้งวันโดยไม่ปรากฏพิรุธอันใด
ผู้ที่อนาถที่สุดนั้นก็คือเย่เฉิน แต่ทว่าเขาเองก็มีความสุข
ตระกูลเย่ได้ถูกทำลายไปแล้ว คนเหล่านี้ก็จงอย