่าคิดที่จะได้ของของตระกูลเย่ไป ถึงแม้เขาจะไม่มีพลังความสามารถอะไรไปหยุดยั้งหรือประมือกับพวกเขา แต่ได้ทำให้พวกเขาเลือดตกยางออกเล็กน้อยก็ยังดี
วันต่อมาเหตุการณ์เช่นนี้ก็ยังดำเนินต่อไป…
เย่เฉินถูกทุบตีเสียจนเคยชินแล้ว ส่วนเซียวโม่เองก็เล่นสนุกเสียจนเสพติด
“การเข้าร่วมกับพวกเจ้านั้นคิดมิผิดจริง ๆ มันช่างสนุกสนานและตื่นเต้นยิ่งนัก”
แต่สิ่งที่ทำให้เซียวโม่ต้องตกตะลึงก็คือ เย่เฉินที่ถูกทุบตีไปเรื่อยนั้นกลับบรรลุขั้นเสียแล้ว ครานี้เป็นมหาจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่สาม
เขาขยี้ตาของตนเองแล้วกล่าวขึ้น “ข้า…ข้ามิได้มองผิดไปกระมัง! เขาบรรลุขั้นอีกแล้ว!”
แม้ว่าเซียวโม่จะเป็นคนที่มีนิสัยไม่เลว แต่เย่เฉินเองก็ไม่สามรถที่จะบอกเรื่องยากระดููกมังกรกับเขาได้
เขากล่าว “ความสามารถในการฝึกยุทธ์ของตระกูลข้าค่อนข้างจะพิเศษ ยิ่งถูกตบตีเท่าไหร่ก็ยิ่งบรรลุขั้นได้เร็วเท่านั้น”
“ถูกตีแล้วกลับสามารถบรรลุขั้นได้ เจ้านี่ก็โชคดีไปแล้วกระมัง! ข้าถูกบิดาตีตั้งแต่ยังเล็กแต่กลับไม่มีความโชคดีที่จะได้บรรลุขั้นดังเช่นเจ้าเลย” เซียวโม่มีความอิจฉาต่อเย่เฉินนานาชนิด!
ช่วงเวลาหลายวันมานี้มีคนคิดที่จะเข้าไปในหุบเขาของตระกูลเย่เพื่อหาข่าวสารอยู่ไม่น้อย พวกเขายังมิได้พบเข้ากับสำนักนิกายระดับสอง ดังนั้นแล้วทุกอย่างจึงเป็นไปอย่างราบรื่น
ไม่ว่าจะเป็นหยกวิญญาณหรือสมุนไพรวิญญาณ ล้วนแต่ได้มาเป็นจำนวนไม่น้อย
และตอนนี้ก็ห่างจากวันที่ค่ายกล