นั้นของตระกูลเย่จะถูกเปิดออกอีกไม่นานแล้ว ชิงมู่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของหม้อเทพไท่อีที่แรงขึ้นเรื่อย ๆ จึงได้บอกกับมู่เฉียนซีให้เตรียมตัวเอาไว้ให้ดี
มู่เฉียนซีตัดสินใจว่าจะเลิกทำเช่นนี้แล้วหลังจากที่ขายตั๋วนี้หมดไป แต่กลับนึกไม่ถึงว่าได้มีคนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา และในกลุ่มคนกลุ่มนั้นก็มีคนบางผู้คนที่คุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้าง
“ศิษย์พี่หลิว พวกนั้นนั่นแหละ! เมื่อวานข้าถูกพวกเขาปล้นไปแล้ว ท่านต้องล้างแค้นให้ข้า” ที่แท้ผู้ที่ถูกพวกนางปล้นไปเมื่อวานได้พาคนมาช่วย
ปรากฏว่าศิษย์พี่หลิวผู้นั้นเหลือบมองไปยังเงาร่างสีแดงแล้วกล่าว “ข้าก็นึกว่าใครที่โอหังอวดดีที่กล้ามาปล้นชิงกันในที่แห่งนี้! ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เองนายน้อยเซียว แล้วก็มีเพียงนายน้อยเซียวเท่านั้นที่สามารถทำเรื่องเช่นนี้”
เซียวโม่กล่าว “ในเมื่อเจ้ารู้ว่าเป็นข้าแล้วก็ยังไม่รีบไสหัวไปอีก!”
ศิษย์พี่หลิวกล่าว “คนอื่น ๆ นั้นกลัวเจ้าแต่ว่าข้าไม่กลัว สำนักต้าเหยี่ยนของพวกเราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเกรงกลัวต่อพวกเจ้าตำหนักเซียวอวิ๋น”
สำนักต้าเหยี่ยน สำนักนิกายระดับสองครึ่ง
เซียวโม่กล่าว “พวกเจ้าจะเอาอย่างไร?”
สำนักนิกายระดับสองครึ่งรับมือได้ยากกว่าสำนักนิกายระดับสองอยู่มากนัก
“นำของที่พวกเจ้าชิงเอาไปคืนให้แก่ศิษย์น้องเล็กผู้นี้ แล้วก็ถือโอกาสนี้ขอโทษเขาเสีย และเรื่องนี้ก็จะจบลงไปเช่นนี้”
เซียวโม่ยิ้มแล้วกล่าว “ขอโทษ? เจ้าคิดว่าเป็นไปได