เซียวโม่เอาอาวุธวิญญาณออกมาจากมิติจำนวนมาก และกล่าวถามว่า “สิ่งของเหล่านี้ได้หรือไม่ ทุกชิ้นล้วนแต่เป็นอาวุธวิญญาณระดับสูงทั้งสิ้น”
กู้ไป๋อีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “พวกเราไม่ขาดแคลนอาวุธวิญญาณ!”
“นอกจากอาวุธวิญญาณ ก็มีแค่สิ่งของเหล่านี้แล้ว…” เซียวโม่เอาของบางอย่างออกมาอีก
สิ่งที่เซียวโม่เอาออกมาก็คือศิลาแร่ (หินแร่) มู่เฉียนซีไม่ได้สนใจศิลาแร่เหมือนดั่งที่สนใจสมุนไพรวิญญาณแน่นอน เพียงแต่ว่าเจ้าหมอนี่กลับเอาของดีออกมาไม่น้อยเลย
มู่เฉียนซีหยิบศิลาก้อนเล็กสีขาวพระจันทร์ก้อนหนึ่งขึ้นมาและกล่าวว่า “ศิลาดาวฤกษ์นี้ เป็นเช่นไร?”
เซียวโม่กล่าวด้วยความตกตะลึงว่า “สายตาของเจ้ามันโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว เลือกศิลาดาวฤกษ์ที่ล้ำค่าที่สุดซะด้วย”
มู่เฉียนซีกล่าว “ทำไมล่ะ หรือว่าเจ้าคิดเสียดาย หากเจ้าเสียดายก็ไม่เป็นไร”
เซียวโม่กล่าว “ไม่เสียดาย ๆ! ก็แค่ศิลาดาวฤกษ์ไม่ใช่เหรอ ไม่มีอะไรต้องเสียดายหรอก ข้าให้เจ้า ให้เจ้า!”
เขายัดศิลาดาวฤกษ์ใส่ในมือมู่เฉียนซี จากนั้นก็มองมู่เฉียนซีพลางทำหน้าตาน่าสงสารและกล่าวว่า “กินได้หรือยังล่ะ?”
“ยังไม่สุก รอก่อน!”
เซียวโม่รู้สึกว่าการรอคอยในครึ่งชั่วยามนี้เหมือนเป็นการรอคอยนับพันปีหมื่นปีก็มิปาน และเขาก็ใจจดใจจ่อกับการรอคอยนั้น!
และในขณะที่สามารถกินอาหารเลิศรสนี้ได้แล้ว เซียวโม่ก็ตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง “อร่อย! อร่อยจริง ๆ เลย ตั้งแต่ข้าเกิดมายังไม่เคยกินเนื้อย่างไหนที่รสชาต