่นโจมตีเถอะ! ไปยั่วโมโหคนอื่นให้ทั่ว แสดงท่าทางทำให้คนอื่นโมโห หรือจะหาวิธีใดก็ได้ให้ฝ่ายตรงข้ามโมโหให้ได้”
มุมปากของเย่เฉินกระตุกขึ้นก่อนจะกล่าวว่า “ข้า…เข้าใจแล้ว”
หลังจากที่เย่เฉินจากไป มู่เฉียนซีก็กล่าวว่า “อู๋ตี้ เจ้าตามเย่เฉินไป อย่าทำให้เขาโดนใครฆ่าตายซะล่ะ”
อู๋ตี้กล่าว “ขอรับนายท่าน!”
โฮ่ก โฮ่ก โฮ่ก!
เย่เฉินไปแล้ว ทางด้านมู่เฉียนซีก็เริ่มฝึกฝีมือกับสัตว์วิญญาณในเทือกเขาหนานอวิ๋นเล้วเช่นกัน
นางเพิ่งจะทะลวงพลังขั้นจักรพรรดิแห่งภูตระดับห้าได้ จำเป็นต้องฝึกฝนพลังให้มั่นคง
ในตอนนี้ค่ายกลนั้นยังไม่ได้ถูกทำลายทั้งหมด เข้าใกล้ที่นั่นก็ทำได้เพียงแค่มองยังทำอันใดไม่ได้ ยืดเส้นยืดสายสักหน่อยก่อนก็ไม่เลว
เมื่อถึงยามดึก เย่เฉินก็ยังไม่กลับมา
มู่เฉียนซีให้กู้ไป๋อีออกไปล่ากระต่ายและสัตว์จำพวกไก่วิญญาณมา เตรียมจะทำของอร่อย ๆ กิน
มู่เฉียนซีย่างเนื้อได้อย่างช่ำชอง กลิ่นหอมที่ชวนน้ำลายสอนั้น นึกไม่ถึงว่าจะดึงดูดคนแปลกหน้าผู้หนึ่งมา
คนแปลกหน้าผู้นี้สวมชุดคลุมยาวสีแดง คิ้วโค้งเรียวยาวดุจกระบี่ ดวงตาเป็นประกายดุจดวงดารา รูปร่างหล่อเหลา สง่าผ่าเผย แววตาดุจดั่งหงส์ เห็นแล้วทำให้ผู้คนมีความรู้สึกกล้าหาญและกระตือรือร้นเป็นอย่างยิ่ง
เทือกเขาหนานอวิ๋นไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัย คนส่วนมากล้วนแต่มากันเป็นกลุ่ม น้อยนักที่จะมีคนหนุ่มสาวเข้ามาเพียงลำพังเช่นนี้
เขาเห็นมู่เฉียนซีกับกู้ไป๋อีก็ตกใจผงะไป “พวกเจ้าก็