ไม่?”
มู่เฉียนซีกล่าว “ก็จริง ควรจะเปลี่ยนชื่อแล้ว เย่เฉิน เจ้าคิดเองเถอะ!”
เย่เฉินถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกไปเปราะหนึ่ง โชคดีที่นายท่านให้เขาคิดชื่อเอง
หากนายท่านเป็นคนคิดชื่อแล้วละก็ เขาคงจะรับไม่ได้เป็นแน่
เมื่อนึกถึงชื่อของสัตว์พันธสัญญาของนายท่านอย่างเสี่ยวหงกับชื่อของท่านกู้ ก็รู้ได้ในทันทีว่าทักษะการตั้งชื่อของนายท่านเป็นเช่นไร
แน่นอนว่าเย่เฉินนั้นเพียงแต่คิดในใจเกี่ยวกับทักษะการตั้งชื่อของนายท่านตัวเอง และไม่คิดจะกล่าวออกไปให้มู่เฉียนซีได้ยินเป็นแน่
เย่เฉินกล่าว “นายท่าน ตั้งชื่อว่าเมืองเย่เซี่ยได้หรือไม่”
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว “เจ้านี่ช่างเป็นคนที่หวานซึ้งเกินไปแล้ว ชื่อของคนสองคน เอามารวมกันตั้งเป็นชื่อเมือง เซี่ยฉีต้องดีใจมากเป็นแน่”
“ชื่อนี้ได้หรือไม่นายท่าน?” เย่เฉินกล่าวอย่างมีความหวัง
ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าเมือง แต่หากไม่มีนายท่าน เขาจะเดินมาถึงจุดนี้ได้เช่นไร
การใช้ชื่อของเซี่ยฉีกับชื่อของตัวเองมาตั้งเป็นชื่อเมืองเช่นนี้ มันอาจจะดูไม่เหมาะสมเล็กน้อย
มู่เฉียนซีกล่าว “ถึงอย่างไรเสีย นี่ก็เป็นเมืองของเจ้า เจ้าจะตั้งชื่ออะไรก็แล้วแต่เจ้าสิ”
“ขอบคุณนายท่านขอรับ ขอบคุณนายท่านมาก” เย่เฉินกล่าวด้วยความตื่นเต้น
หลังจากที่พูดคุยเรื่องนี้เสร็จสิ้นแล้ว มู่เฉียนซีก็จากไป
กู้ไป๋อีมองมู่เฉียนซีและกล่าวถามว่า “คุณหนูใหญ่ การที่เราใช้ชื่อของคนสองคนมาตั้งเป็นชื่อเมือง หรือตั้งเป็