นชื่อของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มันหวานซึ้งมากหรือขอรับ?”
มู่เฉียนซีรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “เสี่ยวไป๋ นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะถามคำถามนี้ หรือว่าเจ้าก็อยากจะตั้งชื่อของบางอย่างเพื่อเอาใจสาวอย่างนั้นเหรอ?”
“ข้าเปล่า! ก็แค่ถามไปงั้น ๆ เอง”
“ถามงั้น ๆ แล้วเจ้าจะถามคำถามนี้มาได้อย่างไรกันล่ะ” มู่เฉียนซีมองหน้าเขาด้วยความสงสัย
กู้ไป๋อีจึงเปลี่ยนเรื่อง “ความก้าวหน้าของคุณหนูใหญ่เริ่มมั่นคงแล้ว คุณหนูใหญ่รีบกลับไปฝึกฝนเถอะ!”
“อืม!”
ในขณะที่มู่เฉียนซีกลับไปฝึกฝน กู้ไป๋อีก็เอากระบี่เฉียนหานของตนเองออกมา ในตอนนั้นเขาแค่ตั้งชื่อกระบี่เล่มนี้ออกมาโดยไม่ได้คิดอันใด หรือว่าในตอนนั้นเขาก็…
ในความที่เขาไม่รู้เนื้อรู้ตัว นึกไม่ถึงว่าเขาไม่สามารถควบคุมหัวใจของตนเองได้แล้ว เขาแค่ไม่รู้ตัวเองก็เท่านั้น
มู่เฉียนซีใจจดใจจ่ออยู่กับการฝึกฝนพลังวิญญาณ ส่วนเย่เฉินก็ยุ่งกับการจัดการเรื่องต่าง ๆ จนหัวหมุน และในที่สุดก็จัดการเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ในเวลานี้ ณ สถานที่มืดมิดแห่งหนึ่ง
“ท่านพ่อ จะไม่ลงมือกับทางตะวันตกของทุ่งรกร้างจริง ๆ หรือขอรับ ของดีเช่นนี้จะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้นะขอรับ!”
“เจ้ายังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ เจ้าไม่เพียงแต่จะพ่ายแพ้ แต่ยังทำให้สูญเสียเงาไปเงาหนึ่งอีก เจ้ารู้หรือไม่ว่ากว่าจะหลอมรวมออกมาเป็นเงาได้มันยากเย็นเพียงใด เจ้ามันไร้ประโยชน์!”
“ท่านพ่อ ข้ารู้ผิดแล้ว แต่จะปล่อยให้พวกมัน