ฉียนซีและพวกก็ถูกไล่ฆ่าจนต้องมุ่งหน้าไปทางนอกเมืองของเมืองซีเจว๋ แม้จะเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ขึ้น แต่ทางด้านจวนของเจ้าเมืองซีเจว๋นั้นกลับไร้ซึ่งปฏิกิริยาใดใด
ในตอนนี้พวกเขาได้ถูกไล่ล่ามาจนถึงประตูเมืองแล้ว นักฆ่าเหล่านั้นกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ตอนนี้พวกเจ้าไร้ทางหนีแล้ว! ยอมแพ้เสียเถอะ!”
มู่เฉียนซีกล่าว “ไร้ทางหนีอย่างนั้นเหรอ พวกเจ้าไม่เห็นเหรอว่าประตูเมืองของเมืองซีเจว๋นี้ไม่ได้แข็งแรงเอาซะเลย!”
“อู๋ตี้ เสี่ยวหง!”
มู่เฉียนซีเรียกอู๋ตี้และเสี่ยวหงออกมา จากนั้นพวกมันก็พังประตูเมืองของเมืองซีเจว๋อย่างรุนแรงและรวดเร็ว
ตูม! เสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นจนแทบจะทำให้ผู้คนครึ่งเมืองตกใจตื่นขึ้นมาจากความฝัน ทว่า จวนเจ้าเมืองนั้นยังคงไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวใดใดอยู่เฉกเช่นเดิม
มุมปากของมู่เฉียนซียกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยันก่อนจะกล่าวว่า “พวกเราไปกันเถอะ!”
มู่เฉียนซีและพวกได้เข้าไปในป่าที่อยู่นอกเมืองซีเจว๋นั้น ส่วนกลุ่มนักฆ่าเหล่านี้ที่ได้รับคำสั่งมาว่าต้องฆ่าพวกเขาให้ได้ ดังนั้นจึงไม่คิดที่จะปล่อยพวกเขาให้หนีรอดไปได้อย่างแน่นอน
“ตามไป!”
เย่เฉินกล่าว “นายท่าน เราจะทำเช่นไรต่อ?”
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าพาคนกลับไปยังเมืองซีเจว๋ก่อน คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวว่าพวกมันมีความเคลื่อนไหวอันใด ส่วนข้ากับเสี่ยวไป๋จะเล่นสนุกกับนักฆ่าเหล่านี้สักหน่อย”
ป่าดงพงไพรเป็นสถานที่ซุกซ่อนที่เป็นเหมือนดั่งสมบัติอันล้ำค่าจากธรร