ับมือได้ไม่ง่ายเลย”
รองเจ้าเมืองตงกัวกล่าว “หากผู้ชนะในครั้งนี้ถูกคนของสำนักขวางโซ่วลอบสังหาร ตำแหน่งนี้ก็กลับมาเป็นของท่านเจ้าเมือง ถึงอย่างไรการประลองครั้งนี้ นอกจากพวกเขาแล้ว ผู้ที่ได้รับชัยชนะสูงสุดก็คือพวกเรา”
“จะฆ่าพวกเขาอย่างนั้นเหรอ แต่วันนี้พวกเขาก็ได้ช่วยจัดการเรื่องใหญ่ให้นะ”
“หากพวกเขาไม่ตาย ท่านเจ้าเมือง หรือว่าท่านจะฟังคำสั่งของพวกเขา ถูกพวกเขาเรียกใช้อย่างนั้นเหรอ?”
“ข้ารับไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง และข้าก็ไม่ยอมให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นอันขาด ดูท่าคงต้องลงมือฆ่าจริง ๆ แล้ว”
ดวงตาของเจ้าเมืองซีเจว๋ฉายแววโหดเหี้ยมออกมา
มู่เฉียนซีกลับมายังเรือนพักรับรอง นางออกคำสั่งกำชับว่า “เสริมกำลังป้องกันให้ดี!”
“ขอรับ!”
ในยามรัตติกาลที่มืดสนิท สายลมพัดกระโชกแรง กลิ่นอายแห่งจิตสังหารได้อบอวลขึ้น เรือนพักรับรองของมู่เฉียนซีและพวกถูกยอดฝีมือนับร้อยห้อมล้อมเอาไว้
แน่นอนว่ามู่เฉียนซีกับพวกก็ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว และได้กล่าวกับคนชุดดำเหล่านั้นที่ห้อมล้อมนางและพวกว่า “พวกเจ้าเป็นใคร?”
“วันนี้พวกเจ้าได้ทำลายเรื่องดี ๆ ของสำนักขวางโซ่วของพวกเราไป พวกเจ้ายังไม่รู้อีกหรือว่าพวกข้าเป็นใคร ยอมรับความตายซะเถอะ!”
จิตสังหารได้แผ่ซ่านออกมา ภายในชั่วพริบตาเดียว เรือนรับรองทั้งหลังก็เกิดความวุ่นวายขึ้น
มู่เฉียนซีกล่าว “เย่เฉิน อยู่ที่นี่นานไม่ได้แล้ว พวกเราต้องรีบออกไปให้เร็วที่สุด!”
“ขอรับ!”
ครั้นแล้วมู่เ