เคลื่อนตำแหน่ง จึงสามารถเห็นได้ว่าการโจมตีนี้น่าหวาดกลัวเพียงใด
“เจ้าเป็นเพียงบุคคลระดับจักรพรรดิเพียงผู้เดียวที่สามารถรอดชีวิตจากการโจมตีนี้ของข้าได้ ช่างเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่เก่งกาจผู้หนึ่งจริง ๆ แต่น่าเสียดายที่เจ้าจะต้องตาย!”
เขาค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ขึ้นทีละก้าว ในตอนที่มู่เฉียนซีเตรียมที่จะกินยาโชคลาภตี้หลินนี่เอง ก็พลันเกิดเปลวเพลิงสีแดงขึ้น และมันได้ลุกลามไปทั่วทั้งเวทีประลอง
“เจ้าเฒ่าบัดซบ เจ้ากล้าที่จะทำร้ายเจ้านายของข้า คงไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้วกระมัง!”
เสียงอันโอหังเสียงนี้ดังออกมาจากตัวของเสี่ยวหง ขณะเดียวกันนั้นสัตว์พันธสัญญาที่อยู่ด้านหน้าของมันก็ได้ถูกเปลวเพลิงนั้นเผาเสียจนไหม้เกรียม
มู่เฉียนซีรู้สึกได้ว่าในที่สุดเจ้าเสี่ยวหงจอมขี้เกียจนี้ก็บรรลุขั้นแล้ว มันบรรลุขึ้นไปเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสี่แล้ว
การบรรลุขั้นของมันนั้นไม่เหมือนกับของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ ทันทีที่มันบรรลุขั้นก็ได้ระเบิดเปลวเพลิงออกมาแล้วลุกลามเผาผลาญไปทั่วทั้งสี่ทิศ!
“อ๊าก!”
นอกจากมู่เฉียนซี กู้ไป๋อีและก็อู๋ตี้แล้ว คนอื่น ๆ นั้นล้วนแต่ถูกเปลวเพลิงนั้นคลอกเอาไว้
“อ๊าก!”
พวกเขากรีดร้องและต้องการที่จะหนีออกไป แต่ก็ไม่สามารถที่จะหนีไปได้
เมื่อเหล่าผู้คนที่มุงดูอยู่รอบเวทีประลองเห็นเปลวเพลิงที่แปลกประหลาดนี้ พวกเขาเองก็รีบถอยหลังออกไปอยู่หลายก้าว
เจ้าเมืองซีเจว๋เบิกตากว้างโพลงมองดูหมูตัวน้อยที่อย