์ศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าเก็บเอาเปลวเพลิงกลับไปเร็วเข้า”
รองเจ้าเมืองตงกัวกล่าว “ฝ่ายตรงข้ามได้ยอมแพ้แล้ว อย่างไรเสียจงรีบเก็บเปลวเพลิงนั้นก่อนเถอะ”
เสี่ยวหงมองมู่เฉียนซีด้วยสีหน้าใสซื่อแล้วกล่าวว่า “นายท่าน เปลวเพลิงนี้เกิดจากการบรรลุขั้นของข้า ในตอนนี้ข้าไม่สามารถที่จะควบคุมมันได้ มันมิใช่ว่าอยากจะเก็บมันกลับไปก็สามารถเก็บกลับไปได้ จะทำเช่นไรดี?”
จริง ๆ แล้วมันเป็นใคร? ระเบิดเปลวพลิงออกมาแล้ว จะไม่สามารถเก็บมันกลับไปได้อย่างไร!
แต่คนเหล่านี้ทำร้ายผู้เป็นนายของมันจนบาดเจ็บสาหัส หากมิให้พวกมันได้ลิ้มรสความทรมานจนหนังลอกไปสักชั้นหนึ่งดูก่อน แล้วจะปล่อยพวกมันรอดไปได้อย่างไร?
แม้ว่าในใจของเสี่ยวหงจะคิดเช่นนี้ แต่ท่าทีที่มันแสดงออกมานั้นช่างดูใสซื่อบริสุทธิ์เป็นอย่างมาก
มู่เฉียนซีเองก็จนปัญญา นางกล่าว “รองเจ้าเมืองตงกัว ท่านเองก็เห็นแล้วว่าเสี่ยวหงของข้านั้นไม่อาจที่จะควบคุมเพลิงได้เลย ดังนั้นแล้ว…”
“เช่นนั้นก็ทำได้เพียงแต่ปล่อยให้มันเป็นไปแล้ว!”
ปล่อยให้มันเป็นไป! เมื่อคนเหล่านั้นของเมืองหู่เสี้ยวได้ยินแล้วล้วนแต่อยากจะกระอักเลือดออกมา!
ภายใต้เพลิงอันร้อนระอุที่เผาไหม้ สัตว์ศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นไม่สามารถทนได้ไหวอีกต่อไป
ส่วนเหตุที่พวกเจ้าเมืองหู่สามารถที่จะทนรับได้ไหว ก็ต้องขอบคุณที่พวกเขามีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งพอ
แต่ทว่าพลังวิญญาณเองก็มีตอนที่ไม่สามารถต้านทานได้อยู่เช่นกัน และขณะนี้พวกเ