มู่เฉียนซีกล่าว “เยี่ยมมาก ขึ้นไปบนเวทีประลองกับข้าเถอะ!”
ในครั้งนี้ มู่เฉียนซีมิได้ขึ้นไปบนเวทีประลองเพียงตัวคนเดียว หากแต่ยังพากู้ไป๋อีและลูกสมุนในเมืองเหลยขึ้นไปด้วย
เจ้าเมืองหู่กล่าว “ข้านึกว่าเจ้าจะโอหังขึ้นมาตัวคนเดียวเสียอีก นึกไม่ถึงเลยว่าจะพาคนอื่นมาด้วย ข้าว่าเจ้าคงกลัวแล้วกระมัง!”
มู่เฉียนซีกล่าว “หากประมือกับมนุษย์แน่นอนว่าข้าจะขึ้นมาเพียงคนเดียว แต่ทว่านี่ประมือกับเดรัจฉาน แน่นอนว่าจะต้องพาคนมาด้วยเยอะเสียหน่อย ถ้าหากว่าถูกเดรัจฉานกัดได้รับบาดเจ็บเข้า ข้ายังจะต้องไปฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าอีก”
วัคซีนพิษสุนัขบ้าคืออะไรนั้นเขาไม่รู้ แต่ทว่าเดรัจฉานนั้นเจ้าเมืองหู่เสี้ยวรู้จักเป็นอย่างดี “เจ้า! เจ้ากล้าด่าข้าว่าเป็นเดรัจฉาน!”
มู่เฉียนซีโบกมือแล้วกล่าว “เจ้าก็อยู่ในที่ที่เจ้าควรอยู่สิ ข้าเองก็จนปัญญา ที่จริงแล้วที่ข้าพูดไปหมายถึงสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นของเจ้าต่างหาก”
เจ้าเมืองหู่เดือดพล่าน ที่นางกล่าวมาหมายความว่าเช่นนี้อย่างแน่นอน
เจ้าเมืองหู่มองไปทางกู้ไป๋อีแล้วกล่าว “คนผู้นี้มิใช่คนของเมืองเหยียนหรือ? ทำไมเขาถึงได้กลายเป็นคนของเมืองเหลยไปเสียแล้ว”
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “ข้าเพิ่งให้เขามาเป็นลูกสมุนของข้าเมื่อครู่นี้ เจ้ามีปัญหาอะไรหรือไม่? หรือว่าอิจฉาในเสน่ห์ของข้าที่สามารถยึดเอาผู้อื่นมาเป็นลูกสมุนได้อย่างรวดเร็ว?”
เจ้าเมืองซีเจว๋กล่าว “นี่มินับว่าผิดกฎ!”
ในทุ่งรกร้าง