มแพ้”
เดิมทีเจ้าเมืองหู่นั้นคิดที่จะฉีกพวกเขาเป็นหมื่น ๆ ชิ้น แต่กลับนึกไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเวที มันเหมือนกับลูกหนังที่พลันเกิดรูรั่วให้อากาศออกไปก็มิปาน
เจ้าเมืองหู่กล่าวด้วยความโมโห “พวกเจ้านี่ช่างขลาดกลัวเสียจริง”
เจ้าเมืองเหยียนเองก็มิได้โกรธเกรี้ยวแต่อย่างใด รองเจ้าเมืองตงกัวจึงกล่าว “ในรอบนี้ เมืองหู่เสี้ยวได้รับชัยชนะ”
ต่อไปได้มาถึงรอบที่เมืองเหยียนกับเมืองเหลยจะต้องสู้กันแล้ว เย่เฉินได้ส่งตัวลูกสมุนขึ้นไปบนเวทีประลองแบบสุ่ม ๆ ผู้หนึ่ง เจ้าเมืองเหยียนก็กล่าวขึ้นอีกว่า “พวกเราเมืองเหยียนขอยอมแพ้!”
ทุกคนต่างส่งเสียงฮือฮาออกมา ยอมแพ้อีกแล้ว! ในตอนนี้เมืองเหยียนได้ตกรอบไปแล้ว
รองเจ้าเมืองตงกัวกล่าว “เมืองเหลยได้รับชัย!”
“ในตอนนี้เมืองเหลยและเมืองหู่เสี้ยวต่างได้รับชัยชนะกันไปเมืองละหนึ่งรอบ”
ทั้งสองฝ่ายได้รับชัยชนะมาหนึ่งรอบโดยที่ไม่ต้องสู้
รองเจ้าเมืองตงกัวกล่าว “จากนี้จะเป็นการต่อสู้ของเมืองเหลยและเมืองหู่เสี้ยว”
เมืองหู่เสี้ยวมีท่าทีที่ดุดันอีกทั้งยังมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ เกรงว่าเมืองเหลยคงได้พ่ายแพ้เป็นแน่แล้ว
เย่เฉินกล่าว “นายท่าน ทางเราได้เลือกตัวคนเอาไว้เรียบร้อยแล้ว”
เมืองหู่เสี้ยวมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เป็นจำนวนมากจึงทำให้ผู้คนหวาดกลัวกันยิ่งนัก แต่ทว่าพวกนางนั้นกลับไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย หากจะแข่งกันเรื่องจำนวนของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์นั้น ใครกลัวใครกันเล่า?