ะลองแทนก็ย่อมได้ คาดว่าไม่ได้ฝ่าฝืนกฏแต่อย่างใด”
รองเจ้าเมืองตงกัวกล่าว “ที่ท่านเจ้าเมืองเย่กล่าวมานั้นไม่ผิด ขอเพียงแค่มีคนยินยอมขึ้นประลองแทนท่าน ไม่ว่าก่อนหน้านี้เขาจะประลองในสนามใดมา ก็ประลองแทนได้ทั้งสิ้น ขอเพียงแค่ไม่ติดประลองสองสนามในเวลาเดียวกันก็พอ”
มุมปากของมู่เฉียนซียกยิ้มขึ้น การประลองในทุ่งหญ้ารกร้างนี้ ช่างไร้กฎเกณฑ์ใดใดจริง ๆ ไม่เป็นระเบียบสักนิด แต่เช่นนี้ก็ดี
เจ้าเมืองปาหวังกล่าวอย่างดุร้ายว่า “เจ้าอยากประลองก็ประลอง ก็แค่จักรพรรดิยอดยุทธ์ระดับเก้าคนเดียว ข้าไม่เชื่อหรอกว่าข้าจะจัดการเจ้าไม่ได้”
ทว่า ความจริงแล้วเขานั้นจัดการไม่ได้
กระบี่เฉียนหานอันเย็นยะเยือกนั้นดุร้ายและรุนแรงมาก
ถึงแม้ว่ากู้ไป๋อีจะเป็นเพียงแค่จักรพรรดิยอดยุทธ์ระดับเก้า แต่กลับดูเหมือนว่าเขาเหนือกว่ามาก
ไม่ว่าเช่นไรก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอยู่ดี พวกเขาถูกกระบี่ของกู้ไป๋อีโจมตีจนกระเด็นออกไปจากลานประลอง
“เมืองเหลย เป็นฝ่ายชนะ!”
หลังจากที่กู้ไป๋อีกลับมา มู่เฉียนซีก็กล่าวถามว่า “เสี่ยวไป๋ ตอนนี้เจ้าสามารถรับมือกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งได้ในระดับใด?”
“การต่อสู้ข้ามระดับไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับคุณหนูใหญ่ สามารถรับมือได้กับคนที่ต่ำกว่ายอดฝีมือขั้นมหาจักรพรรดิเท่านั้น”
“อืม! พลังความแข็งแกร่งเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว”
ไม่นานนักเมืองหกเมืองที่ได้รับชัยชนะก็ได้ยืนยันแน่นอนแล้ว นอกจากเมืองเหลยกับเมืองเหยียนที่