ได้รับชัยชนะมาอย่างน่าประหลาดใจแล้ว เมืองหู่เสี้ยวก็ประลองชนะเมืองขั้นสำนักนิกายระดับสองด้วยเช่นกัน
เจ้าเมืองของเมืองขั้นสำนักนิกายระดับสองเหล่านั้นล้วนแต่ตกตะลึง “นึกไม่ถึงว่าเมืองหู่เสี้ยวจะแข็งแกร่งเช่นนี้แล้ว”
“คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าฝีมือของพวกเขาจะพัฒนาขึ้นได้ภายในเวลาอันสั้นเช่นนี้!”
“……”
รองเจ้าเมืองตงกัวประกาศ “ประลองเกมต่อไป!”
เมืองเหลยจับฉลากได้เมืองขั้นสำนักนิกายระดับสองเมืองหนึ่ง ฝ่ายตรงข้ามมีผู้แข็งแกร่งที่สุดคือขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับสี่
ส่วนคู่ต่อสู่ของเมืองเหยียนเป็นจักรพรรดิแห่งภูตระดับห้าผู้หนึ่ง
มู่เฉียนซีเดินขึ้นไปบนลานประลอง การประลองที่ผ่านมานั้นทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าประเมินฝีมือนางต่ำอีก
หลังจากที่รองเจ้าเมืองตงกัวประกาศให้เริ่มการประลอง พวกเขาก็พยายามโจมตีมู่เฉียนซีอย่างสุดกำลังความสามารถ
ตูม ปัง ปัง!
พลังการโจมตีนี้แข็งแกร่งมาก แต่ไม่ว่าอย่างไรก็โจมตีไม่โดนมู่เฉียนซีเลย ทักษะร่างกายของมู่เฉียนซีนั้นรวดเร็วอย่างน่าประหลาด
นางกล่าวอย่างเย็นชาว่า “การโจมตีของพวกเจ้าก็เร็วดีนะ แต่ก็ทำอันใดข้าไม่ได้”
“ทักษะโยวหลัว!”
“บัวแดงพิฆาต!”
ทักษะวิญญาณทั้งสองนี้ล้วนแต่มีพลังอานุภาพที่ทรงพลังอย่างไร้ขอบเขต ผู้ที่มีพลังวิญญาณต่ำกว่าระดับขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตนั้นไม่สามารถต้านทานพลังนี้ได้เลย
ปัง ปัง ปัง!
ร่างหลายร่างได้กระเด็นออกไปจากลานประลอง! ส่วนอีกทางด้านหนึ่ง กู้ไป๋อีก