มู่เฉียนซียังไม่ทันที่จะลงมือเพราะความรวดเร็วของกู้ไป๋อีนั้นไวกว่ายิ่งนัก
แสงกระบี่สาดออกมา มู่เฉียนซีก็ได้เห็นร่างเหล่านั้นล้มลงไปบนพื้น
ในตอนนี้พลังความสามารถของกู้ไป๋อีได้ฟื้นฟูไปถึงขั้นจักรพรรดิยอดยุทธ์ขั้นที่เก้าเต็มขั้นแล้ว ความแข็งแกร่งของมือสังหารเหล่านี้ไม่เพียงพอที่จะเทียบกับเขาได้เลย
เมื่อได้ยินเสียง ปัง ปัง ปัง! อยู่หลายครา เย่เฉินกับเจ้าเมืองเหยียนก็ได้เดินออกมา
มือสังหารที่มาก็ได้ถูกฆ่าไปอย่างรวดเร็วในทันที พวกเขานั้นอดไม่ได้ที่จะพึมพำว่าพลังความสามารถของทั้งสองคนนี้ยิ่งเพิ่มความวิปริตขึ้นไปมากกว่าเดิมเสียอีกแล้ว
และนอกจากนี้ยังมีกลิ่นคาวเลือดที่ลอยมาจากจวนด้านข้าง มู่เฉียนซีจึงกล่าวขึ้น “ไปดูกัน!”
แต่ยอดฝีมือที่เจ้าเมืองชางได้สรรหามานั้นก็มีพลังความสามารถที่ไม่ต่ำเลย ดังนั้นแล้วพวกเขาจึงมิปล่อยให้มือสังหารเหล่านี้ทำได้สำเร็จ
เจ้าเมืองชางยิ้มแล้วกล่าว “ข้าทำให้ท่านทั้งสองเป็นกังวลเสียแล้ว มือสังหารเหล่านี้ยังทำอะไรพวกเราไม่ได้! แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครเหลือรอดชีวิต”
มู่เฉียนซีกล่าว “เหลือตัวผู้รอดชีวิตเอาไว้ก็ถามอะไรจากมันไม่ได้! ข้ารู้ถึงตัวตนของพวกมันแล้ว”
มู่เฉียนซีก้มลงเพื่อที่จะตรวจสอบศพของมือสังหารเหล่านี้
เจ้าเมืองชางตะลึงค้าง “ท่านหมายความว่า…พวกเขาเป็นคนของสำนักขวางโซ่ว”
“อื้ม!”
“พวกมันช่างกล้านัก ยอดฝีมือทั้งทุ่งรกร้างได้มารวมกันยังเมืองซีเจว๋ พวกมันยังกล้าท