ดียวกัน”
“จงละทิ้งมันไป ในตอนนี้มิใช่เวลาที่จะมาครุ่นคิดเรื่องความแค้นส่วนตัวแล้ว ขอให้ทุกท่านจงเห็นแก่หน้าข้าเป็นเช่นไร?”
ถึงแม้ว่าเจ้าเมืองหู่จะไม่ยินยอมเป็นอย่างมาก แต่เขาก็ทำได้เพียงแต่ระงับเพลิงความโกรธแค้นภายในจิตใจเอาไว้
เขาจ้องมองไปที่มู่เฉียนซีและเจ้าเมืองชางอย่างดุร้ายพร้อมกล่าว “พวกเจ้ารอก่อนเถอะ ข้าจะไม่ให้พวกเจ้าได้อยู่ดีแน่”
ถ้าหากว่าในการประลองนั้นเจ้าเมืองหู่ได้พบผู้ใดก็ตามที่เป็นหนึ่งในพวกเขา เจ้าเมืองหู่จะต้องให้พวกเขาได้ตายอย่างอนาถนักเป็นแน่
เจ้าเมืองหู่ได้นำพาคนของตนเดินเข้าเมืองไปอย่างโกรธเกรี้ยว สายตาของรองเจ้าเมืองตงกัวก็จับจ้องมาที่พวกมู่เฉียนซี
เขายิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วกล่าว “เจ้าเมืองหู่เป็นคนอารมณ์ร้อนมาแต่ไหนไร ถ้าหากว่าพบเรื่องวุ่นวายอะไรในเมืองซีเจว๋สามารถมาหาข้าเพื่อให้ช่วยได้”
เย่เฉินกล่าว “ท่านรองเจ้าเมืองตงกัวมีน้ำใจนัก”
รองเจ้าเมืองตงกัวเป็นผู้ที่มีธุระติดพันเป็นอย่างมากผู้หนึ่ง จึงว่ากล่าวกับพวกเขาแค่เพียงไม่กี่ประโยคก็ได้จากไป
เจ้าเมืองชางกล่าว “ท่านมู่ ท่านกู้ ครั้งนี้รบกวนพวกท่านอย่างมากเสียแล้ว เจ้าเมืองหู่เป็นไอ้บ้าผู้หนึ่ง พวกท่านสบายใจได้ ข้าจะไม่ให้เขารู้ว่าพวกท่านเป็นคนทำ”
เจ้าเมืองชางนั้นเป็นผู้ที่รักษาสัญญา เขาได้เก็บเรื่องข่าวการตายของนายน้อยหู่ไว้อย่างเงียบสนิท
จวนที่พักมิได้หรูหรานักแต่ทว่ามันก็กว้างและสะอาด พวกเขาจึงได้เข้าอยู่เสียท