งานจึงทำให้ผู้คนต่างไม่กล้าที่จะดูเบาบุรุษผู้นี้
เมื่อตอนที่เขาเดินออกมานั้น เจ้าเมืองหู่ก็ได้หยุดยั้งลงไปแล้วไม่น้อย
“คนพวกนี้มาทำลายเรื่องดี ๆ ของข้า มิเช่นนั้นแล้วข้าก็จะยังรักษากฎอยู่บ้างหรอก”
เมื่อเห็นบุรุษผู้นี้เข้ามาแล้ว เจ้าเมืองชางก็รีบร้อนกล่าวร้องทุกข์ “รองเจ้าเมืองตงกัว ท่านไม่รู้อะไร เมื่อตอนที่ข้ากำลังจะลงสู่พื้นดินนั้นเจ้าเมืองหู่ก็ลงมือกับข้า ถ้าหากว่าเป็นการล้อเล่นก็ไม่เป็นไร แต่นี่เขากลับลงมืออย่างเอาเป็นเอาตาย”
“ถ้าหากมิใช่ว่าแม่นางน้อยผู้นี้ออกโรงช่วยเอาไว้ เกรงว่าที่ท่านพบในตอนนี้คงจะเป็นศพของข้าเสียแล้ว ข้าตอบรับการเรียกขานของเมืองซีเจว๋และมาไกลนับพันลี้ หากต้องตายอยู่ที่ประตูเมืองก็ไม่รู้ว่าผู้อื่นนั้นจะพากันพูดคุยอย่างไรเกี่ยวกับเมืองซีเจว๋”
“อีกทั้ง…”
เจ้าเมืองชางนั้นช่างกล่าววาจามาโดยตลอด แน่นอนว่าเขาได้กล่าวถึงความยากลำบากออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน และพูดกล่าวถึงความผิดของเจ้าเมืองหู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แม้ว่าเจ้าเมืองหู่จะอารมณ์ร้อน แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะพูดจาว่ากล่าวสู้กับเจ้าเมืองชางได้ เขาจึงทำได้เพียงเบิกตากว้างโพลงมองอยู่ด้านข้าง
ความอดทนของรองเจ้าเมืองตงกัวนั้นไม่เลวเลย เขาฟังเจ้าเมืองชางกล่าวจนจบสิ้นอย่างเงียบ ๆ แล้วจึงกล่าวขึ้น “ทุกท่านล้วนแต่มาเมืองซีเจว๋เพื่อปรึกษาเรื่องสำคัญกัน ความแค้นส่วนตัวนั้นขอให้วางเอาไว้ก่อน อย่างไรเสียในตอนนี้พวกเราก็มีศัตรูคนเ