ๆ ของเมืองขั้นสำนักนิกายระดับหนึ่ง ความแข็งแกร่งนั้นก็แข็งแกร่งอยู่พอประมาณ
เมืองหู่เสี้ยวเหรอ? ดวงตาของมู่เฉียนซีฉายแววมืดครึ้มออกมา ในตอนนั้นนายน้อยเมืองหู่ได้ยอมรับไปแล้วว่าพวกเขาเมืองหู่เสี้ยวได้ทำการร่วมมือกับสำนักขวางโซ่ว
เจ้าเมืองหู่มาที่นี้แล้ว และเจ้าเมืองชางหมางก็ได้ตามมาถึงติด ๆ ด้วยเป็นเจ้าเมืองชางหมางซึ่งเป็นเมืองการค้า เขาจึงมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภาระดับสองตัวหนึ่ง
“เจ้าเฒ่า ในที่สุดเจ้าก็กล้าออกมาแล้ว”
เมื่อเจ้าเมืองหู่มองเห็นเจ้าเมืองชางแล้ว นัยน์ตาของเขาก็ได้แผ่จิตสังหารออกมาราวกับสัตว์ป่าก็มิปาน
ยังไม่ทันที่เจ้าเมืองชางจะได้ลงถึงพื้น ปรากฏว่าเจ้าเมืองหู่ก็ได้ระเบิดกำปั้นออกไป
หมัดนั้นรุนแรงราวกับพยัคฆ์ที่หลุดออกจากภูเขา มันอันตรายถึงชีวิตอย่างแน่นอน
“เจ้าเมืองหู่!” สีหน้าของทหารรักษาการณ์เปลี่ยนไปพลัน เจ้าเมืองทั้งสองท่านนี้ยังไม่ทันที่จะเข้าประตูเมืองไปก็ได้เกิดการต่อสู้ขึ้นมาแล้ว
เจ้าเมืองชางหมางมิได้มีพลังความสามารถที่แข็งแกร่งเท่าใดนักจึงไม่สามารถที่จะหลบได้พ้นอย่างแน่นอน หากต้องหมัดนั้นเข้าไปแล้ว ถึงต่อให้ไม่ตายแต่ร่วงลงมาก็จะบาดเจ็บอย่างหนัก
เจ้าเมืองชางหมางพลันมีสีหน้ามืดครึ้มขึ้นมา “บ้าจริง! ทำไมถึงได้โชคไม่ดีเช่นนี้ มาพบกับเจ้าบ้านั่นได้ คราวนี้ตายแน่แล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “เสี่ยวไป๋!”
กู้ไป๋อีรู้ว่ามู่เฉียนซีหมายความว่าอย่างไร เขาได้ชักกระบี่เฉียนหา