!
เย่เฉินกล่าวถามขึ้น “เมื่อได้รู้สถานะตัวตนแน่ชัดแล้ว สามารถเข้าเมืองไปได้หรือยัง?”
ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่อันดับรั้งท้ายหรือไม่ แต่การมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ก็หมายความว่าพวกเขาไม่อาจที่จะดูเบาคนเหล่านี้ได้
หัวหน้าทหารรักษาการณ์กล่าว “แน่นอนว่าได้ ขอเชิญทุกท่านด้านใน! ข้าจะให้คนไปจัดการเตรียมจวนชั้นดีให้แก่พวกท่าน”
แม้ว่าทั้งทางตะวันตกจะมีเมืองทั้งหมดอยู่นับร้อยแห่ง แต่ด้วยความใหญ่โตของเมืองซีเจว๋นั้นเพียงพอที่จะมอบจวนที่กว้างขวางให้แก่เมืองแต่ละเมืองที่พาคนของตนเองมา
แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะเข้าไปในเมืองก็พลันเกิดลมพัดหมุนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ฝุ่นปลิวตลบอบอวน และได้มีสิ่งใหญ่โตสิ่งหนึ่งร่อนลงมายังบนพื้นดิน
เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภาอีกแล้ว!
ผู้เดินลงมาจากสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภานั้นเป็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง แขนสีทองแดงที่เขาปล่อยให้เห็นเอาไว้ภายนอกนั้นสลักสักลายเอาไว้เป็นรูปพยัคฆ์สีดำตัวหนึ่ง
พวกทหารรักษาการณ์ตรงประตูเพียงแค่เห็นรอยสักนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าผู้ที่มาเยือนนั้นเป็นผู้ใดแล้ว!
ท่านผู้นี้เกรงว่าคงจะเป็นเจ้าเมืองพยัคฆ์คำรามหรือที่เรียกว่าเมืองหู่เสี้ยว
“ท่านเจ้าเมืองหู่มาแล้ว!” หัวหน้าทหารรักษาการณ์ได้เรียกให้ผู้อื่นมาทำการดูแลพวกมู่เฉียนซี แล้วเขาก็เข้าไปทำการต้อนรับเจ้าเมืองหู่เสี้ยวด้วยรอยยิ้ม
แม้ว่าเมืองหู่เสี้ยวจะเป็นเมืองขั้นสำนักนิกายระดับหนึ่ง แต่ทว่ามันกลับอยู่ในตำแหน่งต้น