ม คงจะเป็นเจ้าเมืองขั้นสำนักนิกายระดับสองเมืองใดเมืองหนึ่งมาถึงแล้วกระมัง!”
“อีกทั้งยังมิได้มีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภาระดับสามแค่เพียงตัวเดียว ด้านหลังนั้นยังมีอีก!”
“เมืองใดกันที่มีเงินทองมากมายเช่นนี้?”
การมาเข้าร่วมการประลองในครั้งนี้ นอกจากตัวของผู้เป็นเจ้าเมืองแล้ว แน่นอนว่ายังได้พายอดฝีมือมาด้วยอีกจำนวนไม่น้อย
หลังจากที่พวกเขาได้ลงถึงบนพื้นดินแล้ว ทหารรักษาการณ์ก็ได้รีบเข้ามาทำการต้อนรับ
ซึ่งกริยาในครั้งนี้มันต่างกับเมื่อคราที่ไปเมืองชางหมางอย่างสิ้นเชิง
หัวหน้าทหารรักษาการณ์กล่าวขึ้น “ไม่ทราบว่าพวกท่านมาจากเมืองใดกัน?”
เย่เฉินกล่าว “เมืองเหลย!”
เจ้าเมืองเหยียนก็กล่าว “เมืองเหยียน!”
หัวหน้าทหารรักษาการณ์หยิบหนังสือของเมืองและขั้นสำนักนิกายออกมาแล้วไล่หาอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็หาเมืองที่ชื่อว่าเมืองเหลยและเมืองเหยียนไม่พบ
เย่เฉินกล่าว “พวกเราเป็นเพียงแค่เมืองขั้นสำนักนิกายระดับหนึ่งเท่านั้น”
เมืองขั้นสำนักนิกายระดับหนึ่ง จะเป็นไปได้อย่างไร?
ในที่สุดพวกเขาก็พบเมืองเหยียนและเมืองเหลยอยู่ที่หน้าสุดท้ายของเมืองขั้นสำนักนิกายระดับหนึ่ง
หนังสือเล่มนี้จัดเรียงลำดับตามความแข็งแกร่ง ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเมืองทั้งสองเมืองนี้อยู่อันดับรองสุดท้ายในทางตะวันตกของทุ่งรกร้างแห่งนี้
แต่เมืองที่อยู่อันดับท้ายสุดกลับมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภาจำนวนมากเช่นนี้ มันช่างทำให้รู้สึกเหลือเชื่อเกินไปแล้วกระมัง